[CS]DB 3 ข้อมูลความสัมพันธ์กับนักเรียน ลำดับที่ 5137-5148
posted on 13 Sep 2009 02:12 by elites in CS01-DB-Database
DB 3 ข้อมูลความสัมพันธ์กับนักเรียน
ลำดับที่ ๕๑๓๗-๕๑๔๘
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
สามารถเปลี่ยนสีอักษรได้ตามความเหมาะสม
แต่อย่าเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอ
นอกเสียจากว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะทำให้อ่านง่ายขึ้นตามธีมบล็อกแต่ละคน
1 --- สีแดง
ระดับ First impression
2 ---
สีเขียวระดับ Second
Impression
3 ---
สีเขียวระดับ Profoundly
Attitude
+ --- สีทอง ระดับ Gold Medal
1 --- สีแดง
ระดับ ความรู้สึกแรกที่ได้พบ
2 ---
สีเขียวระดับ ความรู้สึกเมื่อได้สอนและพูดคุยกัน
3 ---
สีเขียวระดับ เจตคติเชิงลึก
+ --- สีทอง ระดับ เหรียญทอง สำหรับครูเอกนักเรียนทุกคนอยู่ในระดับเหรียญทองเท่ากันทุกคน
* --- ร้อยพรรณพฤกษา : เป็นเพียงแค่ความคิดเห็น ความรู้สึกส่วนตัวของครูเอกเองที่เปรียบเทียบลูกศิษย์กับพรรณไม้เท่านั้น
และครูเอกจะเปรียบเทียบกับพรรณไม้ไทยเท่านั้น ยกเว้นนักเรียนที่เป็นชาวต่างชาติหรือตามความเหมาะสม
DB 3 ข้อมูลความสัมพันธ์กับนักเรียน
EXTRA DB 3
(ส่วนนี้ไว้ใส่ลิงค์ที่เป็นฟิคเกี่ยวกับการทำความรู้จักตัวละคร)
รายชื่อนักเรียน รุ่นที่ ๑ ลำดับที่ ๕๑๓๗-๕๑๔๘


5137 พู่กัน จิตประเสิรฐ (พู่)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
เด็กหญิงมั่นคง ผู้เคร่งขรึม "สาวน้อยสูงโปร่ง
ผิวงาม"
--- - ครูเอกเห็น น้องพู่ เป็นเด็กน่ารัก ที่มีความสุขุมแบบผู้ใหญ่
เป็นเด็กมีความคิด ดูโตกว่าเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน
มีมารยาท สุภาพอ่อนน้อม ให้ความเคารพผู้ใหญ่
แต่ต้องคอยชี้แนะในเรื่องการผ่อนคลายในบางเรื่องของชีวิต
--- - ครูเอกชอบ การวางตัว วิธีคิด ของน้องพู่
เพราะว่าสิ่งนั้นจะทำให้คนรอบข้างที่รักเราไม่ต้องค่อยเป็นห่วงเรามานัก
เนื่องจากวางใจ ในตัวเรา วางในในความรับผิดชอบ ชีวิตตัวเองของน้องพู่ได้
การทำให้คนที่รักเบาใจวางใจได้ นับเป็นเรื่องที่ดีมากของช่วงวัยเรียน
คนมองโลกแบบนี้จะเป็นเด็กที่่เข้มแข็งสู้กับชีวิตบนโลกใบนี้ได้
นิสัยการมองโลกอย่างเปิดกว้างและเข้าใจของน้องพู่
เป็นที่สิ่งที่ดีมากเพราะมันทำให้เราไม่ต้องไปคิดมากกับเรื่องที่ไม่ได้เป็นสารสำคัญ
ของชีวิต เลือกที่จะเก็บแต่สิ่งดีๆเข้ามาให้ชีวิต เลือกที่ขว้างก้อนหินทิ้งไป
แทนการกำมันเอาไว้ให้เจ็บตัว
แต่น้องพู่ยังติดที่จะยึดมั่นถึงมั่นในความคิดของตนเองมากเกินไป
แต่ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร
เรื่องแบบนี้มันเปลี่ยนไปตาม วุฒิภาวะ สามารถฝึกกันได้ ฝึก
การคิดอย่างมีระบบ นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ พิจารณาหาความเป็นไปได้
ไม่จำเป็นต้องเชื่อตามที่เขาให้ข้อมูลมาทั้งหมด แต่ เก็บข้อมูลนั้นมาเป็นฐานข้อมูล
ดีกว่าเปิดกั้นตัวเอง มันจะทำให้เรากลายเป็นพวก ค้านหัวชนฝา ยอมไม่เป็น
เพราะงานบางชนิดต้องทำงานเป็นกลุ่ม อาจจะมีแนวความคิดที่เราไม่ชอบ
แต่เพื่องานที่สำเร็จไปได้ด้วยดี เราก็ต้อง หันมาคุยกัน ยอมกันอย่างละครึ่ง
ไม่อย่างนั้นงานใดๆก็ตามก็ไม่ประสบผลสำเร็จเป็นแน่
หากเราคิดแต่จะเอาความคิดเราเป็นตัวตั้ง เพื่อเราจะได้ไม่ต้องมาเสียใจกับการกระทำของตนหลังจากที่ได้ทำลงไป
เพราะว่าสิ่งนั้นเราได้ตรึกตรอง คิดทบทวน ออกมาเป็นอย่างดีแล้วก่อนที่จะทำมันลงไป
ด้วยนิสัยความรับผิดชอบในแบบผู้ใหญ่ของน้องพู่ ที่มีอยู่แล้ว
ก็จะทำให้น้องมินท์มีความสุขอย่างเต็มที่กับคนที่รักและสังคมมนุษย์
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า
และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน
หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย
ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่ศูนย์การค้าทั่วไป
หรือร้านขายหนังสือ
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณพู่กัน "คุณพู่กัน วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น
น้องพู่ หนูพู่ "สวัสดีค่ะน้องพู่"
--- - สาวน้อย คนสวย "สวัสดีค่ะ คนสวย
ชอบหนังสือเล่มนี้เหรอคะ? เป็นหนังสือที่ดีค่ะ ครูก็เคยอ่านนะ" 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - ต้นกฤษณา
ครูเอกคิดว่า น้องพู่ เปรียบเหมือน "กฤษณา"
ไม้หอมกฤษณา เป็นไม้หอม
ที่มีคุณค่า มาตั้งแต่ สมัยก่อน ประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ครั้ง พุทธกาล
เป็นหนึ่งใน ของหอม ธรรมชาติ 4 อย่าง เรียกว่า จตุชาติสุคนธ์ ที่ใช้เผา และประพรม
ในพิธี กรรมต่าง ๆ เป็นเครื่อง ประทินผิว และใช้เข้า เครื่องยาหอม มาแต่อดีต
รวมทั้งส่ง เสริมเป็นเครื่อง ราชบรรณการ ไม้กฤษณา นอกจากจะ เป็นไม้มงคลแล้ว
ยังมีคุณสมบัติ เป็นยาสมุนไพร เป็นพรรณไม้ที่มีความสง่างาม มีกลิ่นที่หอม
เป็นไม้มงคลปกป้อง ผู้ปลูกให้พ้นจากภัยอันตรายต่างๆ
เป็นต้นไม้เนิ้ออ่อนแต่แกร่งนัก ยามที่เนื้อไม้ถูกทำลาย ก็สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ทดแทนได้
กฤษณา เป็นไม้หอม ที่มีคุณค่า มีคุณประโยชน์มากมายทั้งกับ ตัวเองและผู้อื่น
เป็นต้นไม้ที่มีคุณค่าน่าเชื่อถือ และแข็งแรง
เหมือนกับ นางสาว พู่กัน จิตประเสิรฐ
5138 ณิชาภา โชติรัตติกาล (โคลเวอร์)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
สาวน้อยน่ารักน่าเอ็นดู "ลูกแก้วน้อยๆ
ที่น่ารัก"
--- - ครูเอกเห็น น้องโคลเวอร์ เป็นสาวน้อยน่ารัก ตาหวานใส น้องตัวน้อยๆ
สวยงามในแบบของตัวเอง ยิ้มแย้มร่าเริงเป็นมิตร มีมารยาท ให้ความเคารพผู้ใหญ่
ต้องคอยชี้แนะในเรื่องการก้าวไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ที่เจริญเติบโตต่อไป
--- -ครูเอกเห็น น้องโคลเวอร์เป็นเหมือนลูกแก้วใสๆ มีความเรียบร้อยน่ารัก
นิสัยน่ารักกุ๊กกิ๊กแบบเด็กผู้หญิง ดูน่าเอ็นดู ความน่ารักดุ๊กดิ๊กของ
น้องโคลเวอร์ ทำให้โลกใบนี้ดูมีชีวิตชีวา
คนรอบข้างมีความสุขเหมือนได้อยู่ใกล้เพราะดู น่ารักน่าเอ็นดู
ถึงแม้จะขี้น้อยใจหรืออ่อนไหวง่าย ในบางครั้ง และจะดูเหมือนเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโต
ไม่ทันคน ในสายของผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร เรื่องแบบนี้มันเปลี่ยนไปตาม วุฒิภาวะ
สามารถฝึกกันได้ ต้องเรียนรู้ฝึกฝนเรื่องใช้สมาธิ การคิดวิเคราะห์
เพื่อจะได้ทันเล่ห์กลของสังคมในโลกปัจจุบัน ฝึกใช้กาลเทศะ
ว่าเวลาใดที่ควรทำตัวให้เป็นที่หน้าเชื่อถือ แบ่งเวลาให้เป็น เพียงเท่านี้
น้องโคลเวอร์ ก็จะมีความสุขกับชีวิตในยามที่เติบโตขึ้นไป
และกลายเป็นแบบอย่างที่ดีของ คนในรุ่นถัดไปได้
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า
และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน
หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย
ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่ร้านขายเครื่องเขียน
ร้านอาหารญี่ปุ่น
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณณิชาภา "คุณณิชาภา วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น
น้องโคลเวอร์ หนูโคลเวอร์ "สวัสดีค่ะน้องโคลเวอร์"
--- - สาวน้อย คนสวย "สวัสดีค่ะ สาวน้อย
เลือกเจอ ลายที่ถูกใจหรือยังคะ?" 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - ต้นโคลเวอร์
ครูเอกคิดว่า น้องโคลเวอร์ เปรียบเหมือน "โคลเวอร์"
ต้นโคลเวอร์ ใบไม้แห่งความโชคดี
โคลเวอร์ เป็นพืชในตระกูลถั่ว มีใบเล็กๆสีเขียว และส่วนมากมีใบเพียง 3 แฉกแต่จะมี
1ใน100,000ต้น ที่จะมี 4 แฉกและเชื่อกันว่า โคลเวอร์ 4
แฉกนี้จะนำโชคดีมาสู่ผู้ครอบครอง โคลเวอร์ 4 หายากแล้วแต่ก็มีการค้นพบโคลเวอร์
ลงในกินเนสบุ๊คเรคคอร์ด ว่าเป็นโคลเวอร์ที่มีใบมากที่สุดในโลก มีใบถึง 21 แฉก
ด้วยกัน โคลเวอร์ เป็นพืชในตระกูลถั่ว ความหมายของใบ Clover สี่แฉกหรือสี่กลีบคือ ใบแรก คือ ความหวัง (Hope) ใบสองคือ ความเชื่อมั่นและศรัทธา (Faith) ใบสามคือ
ความรัก (Love) ใบสี่ คือ ความโชคดี (Luck) นอกจากนี้ โคลเวอร์ ยังเป็นต้นไม้ประจำ เทศกาลวัน St.Patrick ของ ไอริช(ไอร์แลนด์)
ที่เชื่อกันว่า นักบุญ St.Patrick นี้
เป็นผู้ขับไล่งูไปให้หมดจากประเทศไอร์แลนด์ แต่ก็เป็นเทศกาลสำคัญสำหรับหลายๆประเทศทั้งแคนาคา
สหรัฐอเมริกา ไปจนถึงออสเตรเลีย Leprechaun
ภูตตัวเขียวเล็กๆ หรือ คนแคระในตำนานของชาวไอริช ที่เกี่ยวกับโชคลาภ
มาพร้อมกับใบโคลเวอร์ ภูตจิ๋วตัวน้อยๆตัวนี้จะนำมาซึ่งความหวัง
ความเชื่อมั่นศรัทธา ความรัก และความโชคดี ให้กับผู้ที่พบเจอ
เหมือนกับ นางสาว ณิชาภา โชติรัตติกาล
5139 ต้นไม้ รัตนมณีโชติ (ต้นไม้)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
เจ้าหนูตัวจ๋อย "เครื่องคำนวณน้อยๆ ผู้น่ารัก"
--- - ครูเอกเห็น น้องต้นไม้ เป็นหนุ่มตัวน้อยๆผู้น่ารัก น่าเอ็นดู
เป็นพ่อหนุ่มคนเก่ง สุภาพ อ่อนน้อม มีมารยาท ให้ความเคารพผู้ใหญ่
แต่ต้องคอยชี้แนะในเรื่องการก้าวไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ที่เจริญเติบโตต่อไป
--- - ครูเอกเห็น น้องต้นไม้เป็น ต้นกล้าต้นเล็กๆ ที่กำลังรอวันที่จะเติบโตต่อไป
น้องต้นไม้เป็นเด็กที่มีนิสัยน่ารักแบบเด็กๆ บริสุทธิ์ไร้เดียงสา ที่มีดินดี
เป็นต้นทุนชีวิตอยู่แล้ว เป็นเหมือนแหล่งสารอาหารสำคัญในการเติบโต จากต้นกล้าต้นเล็ก
กลายเป็นต้นไม้ที่แข็งแรง
เพราะว่าความรู้เปรียบเหมือนพื้นดินที่แข็งแรงเป็นฐานกำลังของต้นกล้า
อยู่ที่น้องต้นไม้จะนำเอาความรู้มีเหมือนกับอาวุธนั้นไปใช้
ทำอะไรเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติหรือไหม
ขึ้นอยู่ที่ต้นกล้าต้นนี้พร้อมที่จะเจริญเติบโตไปเป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่หรือไม่
หรือจะยอมเป็นเพียงเด็กเล็กๆ แบบนี้ต่อไปโดยไม่รู้ว่าจะโตขึ้นมาตอนไหน
หรือคิดจะเอาความรู้ของตนเองมาทำประโยชน์ให้กับคนอื่นๆในช่วงเวลาใด
น้องต้นไม้เป็นเด็กเล็กๆน่ารักได้ แต่ต้องมีพัฒนาการทางสังคมและวุฒิภาวะ
เก่งเพียงอย่างเดียวไม่สามารถอยู่บนโลกบนนี้ได้อย่างมีความสุข
กล้าที่จะพูดกล้าที่คุย กล้าที่จะนำเสนอความเห็น พร้อมที่จะสื่อสารกับคนทุกคน
เป็นที่รักของทุกคน อยากเห็นน้องต้นไม้ที่เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่
ที่แตกกิ่งก้านสาขาผลิใบให้ร่มเหงาเป็นที่พึ่งพาของสัตว์น้อยใหญ่
เพียงเท่านี้น้องต้นไม้ก็จะกลายเป็นคนเก่งที่มีคุณค่าและมีความสุขกับชีวิต
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า
และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน
หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย
ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่ร้านเกมปริศนาและตรรกะ
หรือร้านขายซีดีเพลง
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณต้นไม้ "คุณต้นไม้ วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น
น้องต้นไม้ "สวัสดีค่ะน้องต้นไม้"
--- - พ่อหนุ่ม หนุ่มน้อย "สวัสดีค่ะ
พ่อหนุ่มน้อย รูบิกที่กำลังเลือก ดูแปลกตาน่าสนใจดี นะคะ" 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - ต้นสัก
ครูเอกคิดว่า น้องต้นไม้ เปรียบเหมือน "ต้นสัก"
สักทองเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
มีความสูงประมาณ 15-30 เมตร คนไทยโบราณเชื่อว่า
บ้านใดปลูกต้นสักทองไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีศักดิ์ศรี เพราะสัก หรือศักดิ์
คือการมีศักดิ์ศรี มีเกียรติศักดิ์ยศฐาบรรดาศักดิ์ นอกจากนี้ สัก หรือ สักกะ คือ
พระอินทร์ผู้มีอานาจที่ยิ่งใหญ่ในสวรรค์ ดังนั้น สักทองจึงเป็นไม้มงคลนาม
ต้นสักเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยาวนาน คุณประโยชน์มากมายในตัว เช่นไม้ปลูกบ้าน
ใช้ทำกระดานบ้าน ผาบ้าน ประตูหน้าต่างบ้าน ไม้ทำเฟอร์นิเจอร์
หรือแม้แต่การนำไปทำเป็นเสาชิงช้า หรือเสาหลักเมือง ต้นสักเป็นมรดกธรรมชาติของท้องถิ่น
ควรไว้สืบต่อไป เป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติ
ต้นไม้ใดก็ตามตอนเล็กเราต้องดูแลเขา
โตขึ้นเขาจะแข็งแรงและสามารถเป็นที่พึ่งพิงของคนอื่นได้
ต้นสักเป็นต้นไม้ที่มีคุณค่าในตัวเองมากมาย และสามารถเอาคุณค่าที่มีนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นวงกว้างได้อย่างมหาศาล
เหมือนกับ นายต้นไม้ รัตนมณีโชติ
5140 ชินกร คีริล เครสเวล (คี)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
หนุ่มน้อยผู้เรียบร้อยน่ารัก "เด็กชายอ่อนโยน"
--- - ครูเอกเห็น น้องคี เป็นหนุ่มน้อยที่น่ารัก เรียบร้อยอ่อนโยน
ดูนุ่มเหมือนครีม สุภาพเรียบร้อย มีมารยาท ให้ความเคารพผู้ใหญ่
แต่ต้องคอยชี้แนะในเรื่องความคิดอ่านที่ดูจริงใจไปในบางเรื่อง
และเรื่องการก้าวไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่
--- - ครูเอกชอบ ความนุ่มนวลเหมือนครีมของน้องคี
เป็นหนุ่มน้อยที่มีนิสัยละมุนละไม เนียบเล็กๆ แต่น่ารัก
น้องคีนั้นดูน่ารักน่าเอ็นดูแบบเด็กเล็กๆ แต่ก็ดูสุขุมในคำพูดคำจาและความคิด
รู้จักเรียบเรียงความคิด เป็นเด็กช่างสังเกต เอาใจใส่ความรู้สึกของคนรอบข้างเป็นอย่างดี
มีอารมณ์ศิลป์ คงเพราะมาจากความชอบเรื่องดนตรี ทำให้เป็น เสน่ห์เฉพาะตัวของน้องคี
ทำให้คนรอบข้างมีความสุขเวลาอยู่ใกล้ ถึงแม้จะติดในเรื่องการผ่อนคลายกับชีวิต
และการเรียนรู้การใช้ชีวิตในสังคมโลก การพึ่งพาตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็อย่าลืมว่ามนุษย์ไม่สามารถอยู่คนเดียวกันบนโลกใบนี้
กำลังใจก็เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น ยามที่เรา
ท้อก็ให้นึกถึงว่ายังมีคนที่ยังเราและเป็นห่วงเราอีกมากมาย ที่พร้อมจะค่อยให้ความรักและกำลังใจแก่เรา
ดังนั้นปรึกษาเขาได้เสมอ อีกสิ่งคือการ ฝึกใจในการที่จะโอนอ่อนผ่อนตามให้เป็น
เพราะการที่เราอาจจะจะต้องทำตาม
เสียงของคนส่วนใหญ่บางในบางครั้งก็เป็นเสียที่เลี่ยงไม่ได้ในสังคมที่อยู่รวมกันเป็น
สังคมมนุษย์ บางครั้งอาจจะขัดกับความรู้สึก
แต่ถ้ามันทำแล้วทำให้เกิดประโชยน์กับคนหมู่มากก็ต้อง มียอมกันบ้าง
เพื่อความสงบสุขหรือความสุขของคนที่เรารัก แต่ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร เรื่องแบบนี้มันเปลี่ยนไปตาม วุฒิภาวะ และ เวลา
ที่สำคัญตัวของน้องคี เป็นเด็กที่มี ความสุขุมละมุนละไมอยู่แล้ว
ไม่ยากเลยที่น้องคี จากคิวปิดตัวจิ๋ว จะกลายเป็น เทพบุตรสุภาพบุรุษที่สมบูรณ์พร้อม
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า
และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน
หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย
ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่อาจได้มีโอกาสเจอกันที่สยามพารากอน
หรืองานแสดงของคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชน
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณชินกร "คุณชินกร วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น
น้องคี "สวัสดีค่ะน้องคี"
--- - พ่อหนุ่ม หนุ่มน้อย "สวัสดีค่ะ
พ่อหนุ่มตัวน้อย ครูจะเป็นกำลังให้ ด้านล่างนะคะ สู้ๆ" 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - ต้นลิลลี่ ออฟ เดอะ แวลลี (Lily
of the valley)
ครูเอกคิดว่า น้องคี เปรียบเหมือน "ลิลลี่ ออฟ เดอะ แวลลี (Lily of the
valley)"
ดอกลิลี่อ๊อฟเดอะแวลเลย์
ความสุขที่หวนคืนมา ดอกลิลี่อ๊อฟเดอะแวลเลย์ ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของ ความสุข ที่หวนคืนมา เพราะด้วยดอกกระจิดริดสีขาวสะอ้านตา
รูปทรงเหมือนระฆังเล็กๆ
เรียงบนกิ่งก้านบอบบาง มีกลิ่นหอมหวนหวานสนิท
ลิลี่อ๊อฟเดอะแวลเลย์เป็นสิ่งที่บอกให้ รู้ว่า
เดือนพฤษภาคมได้มาถึงแล้วในกาลก่อน ลิลี่อ๊อฟเดอะแวลเลย์เป็นดอกไม้ที่นักบวช ชาวคริสต์ปลูก ไว้เพื่อใช้ตกแต่งแท่นบูชา และเรียกชื่อว่า
บันไดสวรรค์ (LADDER OF HEAVEN) ตามลักษณะดอก
ซึ่งเรียงเป็นลำดับ ดังขั้นบันไดไปตามแนวก้านดอก เดิมทีเดียวรู้จักกันในชื่อ Our
lady's tear เพราะเชื่อกันว่าเป็นดอกไม้ที่เกิดจากน้ำตาของพระแม่มารีหยดลงบนไม้กางเขน
ที่ใช้ตรึงพระเยซู บ้างก็ว่าเกิดจากเลือดของเซนต์เลียวนาร์ดที่กระเซ็นลงบนพื้นดิน
ในขณะที่ต่อสู้กับมังกร ความหมายของดอกไม้ชนิดนี้ หมายถึง คุณจะค้นพบความสุข,
คุณเป็นผู้เติมเต็มความสุขให้ฉัน, ความอ่อนหวาน
นอบน้อม ปัจจุบันงานแต่งงานของเศรษฐีชาวตะวันตก
นิยมใช้ลิลี่อ๊อฟเอะแวลเลย์แต่งผมและ
ช่อดอกไม้ ความน่ารักความบริสุทธ์ของ ดอกลิลี่อ๊อฟเดอะแวลเลย์
และความหมายดีๆที่หมายถึง คุณเป็นผู้เติมเต็มความสุขให้ฉัน ความอ่อนหวาน นอบน้อม
อ่อนโยน
เหมือนกับ นาย ชินกร คีริล เครสเวล
5141 กัมปนาท อินทศร (บูม)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
สาวน้อยพลังงานสูง "ใสสด ร่าเริงอารมณ์ดี"
--- - ครูเอกเห็น น้องบูม เป็นสาวน้อยแสนสวยที่เต็มเปี่ยมพลัง
สวยงามในแบบของตัวเอง ร่าเริงเป็นมิตร สุภาพ มีมารยาท ให้ความเคารพผู้ใหญ่
อาจต้องคอยชี้แนะในเรื่องการเข้าใจในการใช้ชีวิตและความเป็นจริงของสังคม
เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไป
--- - ครูเอกชอบ ความสดใสและร่าเริง ของ น้องบูม ดูมีชีวิตชีวา
เพราะมันทำให้คนรอบข้างมีความสุข เป็นเด็กแข็งแรงสุภาพจิตดี มีนิสัยตรงไปตรงมา
เอาการเอางานขยันขันแข็ง มีความตั้งใจเกินร้อย เป็นที่รักของเพื่อน
แม้ภายนอกน้องบูมจะ ดูเป็นเด็กสาวผู้สดใสร่าเริงล้นพลังงาน แบบนี้แต่ก็ซ่อน
ความคิดแบบ เข้าใจผิดเข้าใจถูก ไว้ไม่น้อย ตอนนี้ยังดูสดใสร่าเริงดี แต่หากเกิด
ภาวะไม่ได้ดังหวัง หรือผิดหวังกับชีวิตอาจจะทำให้ เกิดปัญหาได้อาจคาดไม่ถึง
เพราะชินกับการได้รับความรักและถูกตามใจ ต้องฝึกการยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
เพราะไม่มีทางที่ชีวิตของมนุษย์นั้นจะถูกออกแบบมาให้ สมหวังกับทุกสิ่งในชีวิต
เราต้องยอมในบางเรื่อง หรือพยายามปรับให้ ข้อขัดแย้งที่มีนั้น
มาเป็นการพบกันครึ่งทาง ไม่เช่นนั้นจะหาความสุขในชีวิต
ได้ยากเพราะต้องแบกรับความเจ็บใจจากการถูกขัดใจหรือไม่ได้ดั่งสิ่งที่หวังหรือตั้งใจไว้
เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใครได้ ดั่งนั้นก็เริ่มจากตัวเราก่อน
บางทีสิ่งที่ยึดมั่นว่าถูกมาตลอดชีวิตนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่ผิด
แล้วจะมานั่งเสียใจภายหลังก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรอีกต่อไปแล้ว
ผ่อนบางก็ดีตึงไประหว่างจะขาด เพราะคนเจ็บตัวไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเราเอง และที่สำคัญอย่าโทษตัวเองหากไม่ได้ดังหวัง
ก็แค่ลุกขึ้นก้าวต่อไปก็เท่านั้น เสียใจได้แต่อย่าจมอยู่กับความหลัง
เราซิต้องทิ้งมันไว้ด้านหลัง ไม่ใช่ใช้ชีวิตอยู่กับมัน
ด้วยความเป็นเด็กสดใสร่าเริงของน้องบูมที่มีอยู่อย่างมากมาย
จะทำให้น้องบูมกลายเป็น กุลสตรีที่สมบูรณ์ และสามารถวางตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลังได้
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า
และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน
หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย
ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่ที่สถานีรถไฟฟ้า
หรือสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (บขส.)
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณกัมปนาท "คุณกัมปนาท วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น
น้องบูม หนูบูม "สวัสดีค่ะน้องบูม"
--- - สาวน้อย คนสวย "อ้าว สวัสดีค่ะ สาวน้อยคนสวย
จะเดินทางไปจังหวัดไหนเหรอคะ ไม่รู้ว่าไปจังหวัดเดียวกันหรือเปล่านะ?" 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - ดอกทานตะวัน
ครูเอกคิดว่า น้องบูม เปรียบเหมือน "ดอกทานตะวัน"
ทานตะวันเป็นไม้ดอกที่กลีบดอกสีเหลืองจัดและมีลักษณะพิเศษคือดอกจะบานหัน
หน้าเข้าหาแสงจากดวงอาทิตย์ตลอดเวลา ดอกไม้ที่ทำให้หัวใจเราชื่นฉ่ำ มีความสุข
ผ่อนคลาย ดอกทานตะวันมีตำนานเล่าว่ามีนางไม้ชื่อ Clytie ที่หลงรักเทพอพอลโล
ซึ่ง เป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ ได้เฝ้ามองอพอลโลทุกวันจนผมสีทองของเธอกลายเป็นกลีบดอกสีเหลืองและใบหน้า
กลายเป็นดอกทานตะวัน สาเหตุที่ดอกไม้ชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า ทานตะวัน เพราะว่า
มันจะหันหน้าไปตามทิศทางของดวงอาทิตย์นั่นเอง
ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์มีความหมายเช่นเดียวกันคือ Helianthus annuus ชื่อแรกนั่นมาจากภาษากรีกที่มาจากคำว่า helios ที่แปลว่าดวงอาทิตย์
กับคำว่า anthos ที่แปลว่า ดอกไม้ ทานตะวันเป็นไม้เนื้ออ่อนตระกูลเดียวกันกับเบญจมาศ
มีลำต้นตรงและมีขนปกคลุม เป็นต้นไม้ที่มีประโยชน์หลายอย่าง เช่นน้ำมันจากเมล็ด
สามารถแก้พิษแมลงป่องต่อย ลดไขมันในเส้นเลือด
ใบ แก้หืด เบาหวานแกนต้น แก้นิ่วในทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต ขับปัสสาวะ
และสามารถนำมาประกอบอาหารได้ ดอกทานตะวันเป็นดอกไม้ที่ทำให้หัวใจเราชื่นฉ่ำ
มีความสุข ผ่อนคลาย สดใสยามที่ได้มอง ซ้ำยังมีคุณประโยชน์ในตัวเอง
เหมือนกับ นางสาว กัมปนาท อินทศร
5142 ภัทราวุฐ จันทรโชติวงศ์ (ภัทร)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
เด็กหนุ่มผู้สงบและสุขุม "หนุ่มน้อยหน้ามน
คนหน้าหวาน"
--- - ครูเอกเห็น น้องภัทร เป็นหนุ่มหล่อคนหนึ่ง มาดนิ่งนิดๆ
ติดเงียบในบางจังหวะ แต่เวลาอยู่กับเพื่อนที่สนิทก็เป็นเด็กปกติที่น่ารัก
เป็นคนสุภาพอ่อนน้อม มีมารยาท ให้ความเคารพผู้ใหญ่
แต่ต้องคอยชี้แนะในเรื่องการเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ไม่ชอบ
การเข้าใจในการใช้ชีวิตและความเป็นจริงของสังคม เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไป
--- - ครูเอกเห็นว่า
น้องภัทรเป็นเด็กหนุ่มที่มีบุคลิกภาพดี มีนิสัยง่ายๆ เข้ากับคนได้ง่าย
เป็นเด็กธรรมดาที่ไม่ได้ปัญหาให้กับใคร เป็นเด็กผู้ชายธรรมดาที่น่ารัก
ความธรรมดาเนี้ยคือเสน่ห์ ของน้องภัทร เพราะว่ามันคือจุดเริ่มต้นของ
พัฒนาการที่ดีต่อไปในอนาคต เด็กที่สบายๆ ใครว่าไงก็ว่างั้น
แบบนี้สามารถฝึกตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ในอนาคต
แต่กลับมีอดทนต่อการถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ชอบน้อยไปนิด
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร
เรื่องแบบนี้มันเปลี่ยนไปตาม วุฒิภาวะ และเวลา จะต้องฝึกอดทนอยู่
กับสิ่งที่ไม่ชอบอีกนิด ต้องเรียนรู้ฝึกฝนเรื่องการเข้าใจในชีวิตและสังคม
การเข้าใจสภาวะแวดล้อม
แยกแยะความคิดออกเป็นประเด็นๆ ไป
ว่าสิ่งใดควรเป็นบรรทัดฐานของสังคม และอะไรเป็นบรรทัดฐานในใจตน
อดทนต่อความไม่ชอบ ไม่ต้องฟืนใจตัวเองแต่ยอม ปรับค่าความถี่ของเราให้มาเจอกันกับสิ่งที่เราไม่ชอบอย่างละครึ่ง
ถ้าเราไม่ยอมลองลงมือทำมันลงไปก่อนแล้วรู้ได้อย่างไรว่า
สิ่งนั้นไปสิ่งที่เราไม่ชอบ บางทีเมื่อผ่านจุดนั้นมาได้เราอาจจะบอกกับตัวเองว่า
โชคดีที่เรากล้า จะพุ่งชนกับความไม่ชอบหรือปัญหา มากกว่าการหนีมันไปเรื่อยๆ
สู้อะไรก็ไม่เท่าสู้กับใจของตัวเอง ด้วยพื้นฐานจิตใจที่ดีอยู่แล้วของน้องภัทร
ก็จะเป็นชายหนุ่มที่กลายเป็นที่พึ่งพาของครอบครัวให้ได้ต่อไป
อย่างน้อยก็เป็นที่พึ่งของตัวเองได้ ทำให้คนรอบข้างมีความสุข เท่านี้รับรองได้ว่า
ประเทศชาติของเราต้องได้ บุคลากรที่มีคุณประโยชน์ และเป็นต้นแบบที่ดีได้อย่างแน่นอน
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ
ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน
หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย
ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่ที่ร้านเค้ก
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณภัทราวุฐ "คุณภัทราวุฐ วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น น้องภัทร
"สวัสดีค่ะน้องภัทร"
--- - พ่อหนุ่ม หนุ่มน้อย "สวัสดีค่ะ
หนุ่มน้อย ทางร้านมีเค้กแบบไหน จะแนะนำเป็นพิเศษไหมคะ?" 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - บัว
ครูเอกคิดว่า น้องภัทร เปรียบเหมือน "บัว"
บัวเป็นพรรณไม้น้ำประเภทพืชล้มลุก มีลำต้นและหัวอยู่ในดิน
ใต้น้ำการเจริญชูก้านใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ
มีสีเขียวหรือน้ำตาลอ่อน ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายขั้น ลักษณะดอกคล้ายรูปกรวย
เวลาบานคล้ายกับร่ม ดอกมีสีขาว ชมพู เหลือง ผลคือส่วนที่อยู่ตรงกลางดอก
ซึ่งมีเมล็ดประกอบอยู่ภายในจำนวนมาก คน ไทยโบราณเชื่อว่า
บ้านใดปลูกต้นบัวไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ ความเบิกบาน
เพราะการเปรียบเทียบดอกบัวที่ชูดอกพ้นจากผิวน้ำว่า
เป็นผู้ที่หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เป็นผู้ตื่น ผู้รู้ ผู้เบิกบาน
นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่าช่วยทำให้เกิดความห่วงใยความผูกพันธ์ของคนใน
ครอบครัว เพราะสายใยบัวคือ ความห่วงใย ความผูกพันธ์
พันธุ์ไม้น้ำที่ถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ผุดผ่องและคุณงามความดีในพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบระดับสติปัญญาของมนุษย์กับการเจริญเติบโตของบัว เป็น 4 เหล่าคือ บัวในโคนตม
บัวใต้น้ำ บัวปิ่มน้ำ และบัวเหนือน้ำ บัวเป็นพันธุ์ไม้น้ำที่ดูสง่างาม ดอกมีขนาดใหญ่
มีสีสันสวยงาม
เด่นสะดุดตาสะดุดใจแก่ผู้พบเห็น
บางชนิดมีกลิ่นหอมน่าชื่นชม
ด้วยเหตุนี้เองบัวจึงได้รับสมญาว่า "ราชินีแห่งไม้น้ำ"
นอกจากนั้น บัวยังมีประโยชน์ทางยา และสามารถนำมาประกอบเป็นอาหารได้
บัวเปรียบเสมือนกับปัญญาของมนุษย์ที่ ถ้าได้รับปุ๋ยที่ดี ก็จะสามารถเจริญเติบโต
กลายเป็น บัวเหนือน้ำที่มีคุณประโยชน์ มากมายอเนกอนันต์เหมือนกับ
นาย ภัทราวุฐ จันทรโชติวงศ์
5143 ไอริสา เดอ มาคูริค (ไอริส)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
สาวน้อยตุ๊กตานัยน์ตาโศก "คุณหนู ลัลลาบาย (Lullaby)"
--- - ครูเอกเห็น น้องไอริส เป็นสาวสวยใบหน้างามเหมือนตุ๊กตา มีผิวพรรณดี
สุขภาพแข็งแรง พูดจาดีมีมารยาท แต่ดูแข็งๆไปนิด และ ไม่ค่อยจะอ่อนหวานนัก
ในบางครั้งคำพูดสุภาพดี แต่เนื้อหาวาจาเชือดเฉือน
อาจต้องคอยชี้แนะในเรื่องหลายๆเรื่อง อย่างละมุนละม่อม เพื่อการเข้าใจในการใช้ชีวิตและความเป็นจริงของสังคม
และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไป
--- - ครูเอกคิดว่า น้องไอริส สามารถเป็น จะปุถุชนคนธรรมดา
เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ เป็นแม่ที่ดีของลูก เป็นภรรยาที่ดีของคนที่รัก
เป็นความสุขของคนรอบข้างได้ และ ผู้นำที่น่าเคารพยำเกรง แต่ความคิดอ่าน ยังอ่อนเดียงสานัก
ปิดตัวเองจากทุกด้าน ยึดความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้ง
โดยไม่รับรู้ว่าสิ่งที่ตนเองได้ถือเอาไว้นั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่
สร้างภาพก้าวร้าวจอมปลอมขึ้นมาเป็นกำแพงปิดกั้นตัวเองจากความ อ่อนแอภายในใจ
ใครก็ไม่สามารถจะมาเปิดใจของเราได้ นอกจากใจของเราเอง ครูเอกไม่ต้องการไปเปิดใจใคร
เพราะท้ายที่สุด ปัญหาเกิดจากจุดไหนก็ต้องแก้ที่จุดนั้นไม่มีใครแก้ปัญหาของจิตใจได้ดีเท่ากับตัวของเราเอง
ขึ้นอยู่กับว่า เราอยากที่จะออกมาจะความเจ็บซ้ำนั้นจริงหรือไม่
หรือแค่แสร้งว่าเจ็บปวด แต่ก็ไม่ยอมก้าวผ่านออกมาจากความเจ็บซ้ำนั้น
ต่อให้มีคนมาใช้ฉุกลากมากมายเท่าไร แต่ถ้าเจ้าของปัญหาไม่ต้องการ ก็ไม่มีประโยชน์
ทำได้มากที่สุดก็เพียงแค่ เฝ้ามองได้อยู่ห่างๆ เขาต้องสู้กับใจของตัวเอง
ชนะมาใครมากมาย แต่กลับมาพ่ายแพ้กับสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด นั้นก็คือใจตัว
ชิวิตไม่เคยสิ้นหวังถ้าใจเราไม่ยอม เศร้าได้ อ่อนไหวได้ อ่อนแอได้
แต่อย่าปล่อยให้มันมาเป็น สนิมของหัวใจ เอามันมาใช้เป็นพลังของชีวิต ลุกขึ้นมา
ลุกออกมา ก้าวข้ามมันมาให้ได้ เพราะเวลาไม่สามารถย้อนเวลากลับคืน
และเราไม่สามารถฝืนความจริงที่เกินขึ้นแล้วได้ เพราะโลกยังคงต้องหมุน
เรายังต้องก้าวเดินต่อไป เมื่อลมหายใจยังมีอยู่ ท้อแท้ หดหู่ มันยิ่งทำให้เสียเวลา
ไม่มีคนที่รักก็ยังมีตัวเอง ที่ยังรอให้เรารู้คุณค่าของมัน
เกิดมาบนโลกเบี้ยวๆใบนี้แล้วทั้งที ณ ปัจจุบันนี้
ได้สร้างประโยชน์หรือคุณค่าให้กับโลกใบนี้หรือยัง โลกที่เราเกลียดนักเกลียดหนา
หรือแค่เกิดมาแล้วกลายเป็น ดังความวางเปล่า จะยอมปล่อยให้
แม้แต่ฝุ่นผงก็มีประโยชน์มากกว่าตัวเราอย่างนั้นเหรอ ชีวิต คือความไม่แน่นอน
อย่าปล่อยให้เวลามันผ่านเลยไป "ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ
ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง ให้เธอคิดเอาเองว่า ชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ ถูกเค้าทำร้าย หรือ
เพราะใจ..เธอแบกรับมันเอง"แต่ทั้งหมดนั้น ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร
ต้องให้กำลังใจอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ค่อยๆ สอนเรื่องของคุณค่าทางจิตใจ
เรื่องแบบนี้มันเปลี่ยนไปตาม วุฒิภาวะ แต่คงต้องให้หลายฝ่าย ช่วยกันเป็นพลังที่จะทำให้น้องไอริสสามารถก้าวต่อไปได้
อย่างสง่างาม เพียงแค่สู้กับใจตัวเองให้ได้ เพียงเท่านี้ น้องไอริสก็จะกลายเป็น
กุลสตรีที่สมบูรณ์พร้อม ทั้งคุณวุฒิ วุฒิภาวะ และความสง่างาม
เป็นเจ้าหญิงที่น่ารักทั้งภายในภายนอก อย่างแท้จริง
"ก้อนหินก้อนนั้น" ครูจะขอรับมันมาไว้เอง
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า
และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน
หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย
ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่ทะเล
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณไอริสา"คุณไอริสา วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น
น้องไอริส หนูไอริส "สวัสดีค่ะน้องไอริส"
--- - สาวน้อย คนสวย "ลมทะเลพัดมาเย็นชื่นใจ แต่ว่าที่เส้นขอบฟ้ามีอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่านะ สาวน้อย?" 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - ดอกไอริส
ครูเอกคิดว่า น้องไอริส เปรียบเหมือน "ดอกไอริส"
ดอกไอริสมีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาใต้ และ แถบตะวันออก ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
เรื่องเล่าของดอกไอริส ชื่อของดอกไอริส (หรือ "อิริส"
(Iris) ในภาษาฝรั่งเศส) นั้นมาจากนามของเทพี Iris ในเทพนิยายกรีก
ซึ่งเป็นผู้นำสารของเทพเจ้าจากเทือกเขาโอลิมปัสลงมายังโลกมนุษย์
โดยเดินทางลงมาตามสายรุ้ง ชื่อไอริสถูกนำมาตั้งชื่อดอกไม้ชนิดนี้ตั้งแต่ยุคกลาง
ราวคริสตศตวรรษที่ 13
สันนิษฐานว่าคงเป็นเพราะสีสันสดใสของดอกไอริสที่ทำให้นึกถึงสีรุ้ง
ดอกไอริสมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์และราชวงศ์ของฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก
คนทั่วไปอาจจะนึกว่าสัญลักษณ์ของกษัตริย์และราชวงศ์ฝรั่งเศสนั้นคือดอกลิลลี่
เพราะตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์มีชื่อเรียกว่า la fleur de lys ซึ่งแปลว่าดอกลิลลี่
แต่แท้ที่จริงแล้วที่มาของ la fleur de lys นั้นไม่ใช่ดอกลิลลี่
แต่เป็นดอกไอริสน้ำสีเหลือง ดอกไอริส (Iris) เป็นดอกไม้แห่งข่าวสาร
ปัจจุบันนิยมใช้ดอกไอริสเพื่อแสดงว่าผู้ให้นั้น
มีข่าวสารบางอย่างจากหัวใจที่อยากจะบอกให้ผู้รับได้ล่วงรู้ เช่นประโยคที่จะบอก ในภาษาดอกไม้คือ ประโยคนี้
" ฉันมีอะไรจะบอกเธอ " ใช้ในการแอบบอกรักที่หลบซ่อน ดอกไอริส ยังเป็น
เครื่องหมายของความรัก บริสุทธิ์ เนื่องจากเป็น ดอกไม้ประจำตัวของ เทพบุตร กาเบรียล
1 ใน 7 อาร์ค แองเจิ้ล เทวาชั้นสูง ดอกไอริส เป็นดอกไม้ที่งดงาม มีเสน่ห์
แต่มีนัยยะซ่อนไร้ เมื่อมีบางอย่างในหัวใจอยากจะบอก แต่ก็กลับซ่อนมันไว้
ทั้งๆที่จริงแล้วมีความรักบริสุทธิ์ จะมอบให้แต่ไม่กล้าพอ
เหมือนกับ นางสาว ไอริสา เดอ มาคูริค
5144 ทวิชา คัคคานันต์ (วิ)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
หนุ่มน้อย ผู้นิ่งขรึม "คุณชายกลาง เจ้าหลักการ"
--- - ครูเอกเห็น น้องวิ เป็นหนุ่มน้อยนิ่งเรียบ ที่พูดจาเป็นเหตุเป็นผล
ไม่นิยมการพูดเรือยเปื่อย สุภาพอ่อนโยน
อ่อนน้อม มีมารยาท ให้ความเคารพผู้ใหญ่ แต่ต้องคอยชี้แนะในการเข้าสังคมและ การสื่อสารกับผู้อื่น
เพื่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและเข้มแข็งต่อไป
--- - ครูเอกชอบ ที่น้องวิ หัวใจของนักวิชาการ เป็นคนมีความคิดมีเห็นมีผล
คิดเป็น เหมือนกับนักวิชาการระดับครูที่ไม่นิยม โอ้อวดความรู้ที่มี
แต่ชอบทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ มากกว่าการอวดอ้างตัวเอง น้องเป็นเด็กฉลาด หัวไว
เข้าใจอะไรง่าย รู้จักใช้คำพูดคำจา ได้ถูกจังหวะเวลา และสถานการณ์
จัดว่าเป็นมีวาทะศิลป์ ถึงจะนิ่งแต่ไม่ได้ บื้อใบ้ ไร้ราคา ถือได้ว่าเป็นคนอมภูมิ
นิดๆด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากลองได้เปิดโอกาสให้ได้ อธิบายความรู้ในสิ่งที่ชอบและเชื่อ
แล้วละก็ จะสามารถยก องค์ความรู้ สาระเหตุผล อ้างอิง ทฤษฏีใหม่ ทฤษฏีเก่ามารองรับ
ได้เสมอ ดุจดังคุณชายนักวิชาการ ติดแต่เพียงการเข้าหาสังคม ของน้องวินั้น
ยังไม่เติบโตมากนัก ยังไม่รู้ว่าตัวเอง ควรจะอยู่ตรงไหน และ
จุดไหนที่เหมาะกับตัวเอง แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร เรื่องแบบนี้มันเปลี่ยนไปตาม วุฒิภาวะ และเวลา
ต้องเรียนรู้ฝึกฝนเรื่องการวางตัวกับผู้คนในหลายรูปแบบให้มากขึ้น
การเป็นคนเงียบนิ่ง ราบเรียบ นั้นไม่ได้แปลว่า เป็นคนไร้อารมณ์
ต้องฝึกการเข้าหาคนอื่นมากขึ้น ฝึกการวิ่งเข้าหาโอกาส หรือสร้างมันขึ้นมาเอง
การรอให้โอกาสวิ่งเข้าหานั้น ถึงเราจะเป็นคนเก่งมากมายขนาดไหนแต่ถ้าไม่ได้
เอาความรู้ที่มีไปใช้ประโยชน์ก็ไม่มีความหมาย จะปล่อยให้
เวลามันผ่านไปโดยที่ไม่ได้ ไขว่คว้ามันเอาไว้ เท่านี้น้องวิ ก็จะกลายเป็น
สุภาพบุรุษที่สมบูรณ์พร้อม เป็นคุณชายกลาง ที่เป็นที่รักของทุกคน
และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า
และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน
หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย
ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่ร้านขายสินค้าผลิตภัณฑ์ซานริโอ้
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณทวิชา "คุณทวิชา วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น
น้องวิ "สวัสดีค่ะน้องวิ"
--- - พ่อหนุ่ม หนุ่มน้อย "สวัสดีค่ะ
หนุ่มน้อย ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้สวยดีนะคะ?" 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - ต้นใบไม้สีทอง(ย่านดาโอ๊ะ)
ครูเอกคิดว่า น้องวิ เปรียบเหมือน "ใบไม้สีทอง"
ใบไม้สีทอง ชื่อภาษาถิ่นว่า "ย่านดาโอ๊ะ" เป็นพันธุ์ไม้ที่มีต้นกำเนิดเขตป่าทึบ
จังหวัดนราธิวาส จากแหล่งข้อมูลทราบว่า "พืชถิ่นเดียว และพืชหายากของประเทศไทย"
และได้ถูกค้นพบว่าเป็นพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลก
ท้องถิ่นภาคใต้เป็นเขตร้อนชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ต้นใบไม้สีทอง (ย่านดาโอ๊ะ)
ส่วนหนึ่งของพันธุ์ไม้ที่มีอายุนับ 100 ปี สามารถเก็บได้นานนับเป็นสิบๆ ปี
ใบแก่มีขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายใบชงโคแต่มีขนาดใหญ่มาก
ใบที่สมบูรณ์เต็มที่มีขนาดประมาณ ๑๐ x ๑๘ เชนติเมตร
ใบรูปหัวใจ (Cordate) ปลายใบรูปหัวใจกลับ (obovate) ผิวใบมีขน ละเอียดคล้าย กำมะหยี่สีทองหรือสีเหลืองเคลือบสีเงินปกคลุม ใบ
มีสองชนิด คือกลุ่มใบสีเขียวทำหน้าที่สังเคราะห์แสงและกลุ่มใบสีทองซึ่งบริเวณปลายกิ่ง
ขณะยังเป็นใบอ่อนมีสีม่วงแล้วค่อยๆเปลี่ยนเมื่อใบแก่ขึ้นเป็นลำดับจนกระทั่ง
ใบแก่เต็มที่จะเป็นสีคล้ายสีทองแดงระยะสุดท้ายจะเปลี่ยนเป็นสีเงินแล้วจะ ทิ้งใบ
ระยะที่จะเห็นใบเป็นสีทองชัดเจนในช่วงเดือน มิถุนายน -กรกฎาคม ของทุกปี
ต้นที่ปรากฏใบสีทองต้องมีอายุมากกว่า ๕ ปี ด้วยการ ที่ปู่ย่าตายาย
ได้อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชม และศึกษาจนมาถึงปัจจุบัน
เป็นภูมิปัญญาได้ศึกษาถึงแหล่งกำเนิด การเจริญเติบโต ลักษณะธรรมชาติของพันธุ์ไม้
สังเกตการณ์ให้ผลผลิต ช่วงเปลี่ยนสีของใบ จนเป็นสีทองอร่าม เรื่องราวทั้งหมดล้วนเป็นภูมิปัญญา
สิ่งที่ถือว่าเป็นสุดยอดภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่นักวิทยาศาสตร์จะต้องสนใจ
กว่าจะได้มาสิ่งใบไม้สีทองสวยงามอร่ามตา น่าสะสม
นั้นต้องใช้ภูมิปัญญาที่สั่งสมกันมานานปี และการรอคอย
เหมือนกับความรู้ความสามารถของคนที่จะต้องสะสมและกลายมาเป็นสิ่งมีคุณค่าเช่นกัน
เหมือนกับ นาย ทวิชา คัคคานันต์
5145 สุรเดช อักขรวิกรม (สุน)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
หนุ่มน้อยมาดเนียบ "เด็กหนุ่ม หนุ่มเมโทรกาย"
--- - ครูเอกเห็น น้องสุน เป็นหนุ่มที่สุภาพ เรียบร้อย มีรสนิยมในแต่งกาย
พูดจาไพเราะ มีวาทะศิลป์ อ่อนน้อม มีมารยาท ให้ความเคารพผู้ใหญ่
แต่ต้องคอยชี้แนะในเรื่อง การอดทนต่อสิ่งที่ไม่ชอย และแนะแนวการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและเข้มแข็งต่อไป
--- - ครูเอกเห็นว่า
น้องสุนเป็นเด็กหนุ่มที่มีบุคลิกภาพโดดเด่น สุภาพเรียบร้อย มีคำพูดคำจาที่น่าฟัง
เป็นเด็กจิตใจดี มีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่มั่นคง มีความมั่นใจให้ตัวเองสูง
กล้าแสดงออก ห่วงหล่อนิดๆเจ้าสำอางหน่อยๆ เป็นเด็ก ฉลาด หัวไว สามารถแก้ไขสถานการณ์
ได้ดี ตัดสินใจเด็ดขาด เป็นคนเปิดเผย จริงใจ ตรงไปตรงมา เป็นคนพูดจาเป็น
รู้จักใช้คำ มีวาทะศิลป์ เป็นเด็กหนุ่มที่ชอบทดลองสิ่งใหม่
หาความแปลกใหม่ให้กับชีวิต รักความท้าทาย กล้าแสดงออกแต่งกาย
สะอาดเรียบร้อยแต่เป็นเด็ก เป็นเด็กเบื่อง่าย
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร
เรื่องแบบนี้มันเปลี่ยนไปตาม วุฒิภาวะ และเวลา จะต้องฝึกอดทนอยู่ กับสิ่งที่ไม่ชอบ
หรือเห็นว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ อีกนิด เพราะไม่มีงานใดที่ ทำแล้วน่าสนุกไปหมด
อาจจะมีงานหรือกิจกรรมที่ไม่ชอบ ดูน่าเบื่อหน่าย
เพราะเราเกิดมาเป็นมนุษย์ที่ต้องอยู่ร่วมกันเป็นสังคม ความเบื่อหน่าย
หรือไม่ชอบใจนั้น สู้ได้ด้วยใจของเราเอง เพื่อเท่านี้น้องสุนก็จะกลายเป็น
หนุ่มเมโทรกาย ที่สมบูรณ์ทั้ง
ความรู้ความสามารถ และจิตใจที่พร้อมจะเป็นผู้ใหญ่ที่เติบโต
ที่มีเสน่ห์ทั้งภายนอกและภายใน เป็นที่รักของทุกคนไม่ว่าเพศใดก็ตาม
และสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีต่อคนรุ่นหลังได้
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า
และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน
หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย
ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น
และร้านขายตุ๊กตา
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณสุรเดช "คุณสุรเดช วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น
น้องสุน "สวัสดีค่ะน้องสุน"
--- - พ่อหนุ่ม หนุ่มน้อย "สวัสดีค่ะ
หนุ่มน้อย แบบเสื้อตัวที่เลือกอยู่ สีสวยดีนะคะ?" 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - ต้นทองกวาว
ครูเอกคิดว่า น้องสุน เปรียบเหมือน "ทองกวาว"
ต้นทองกวาวนั้นมีดอกที่สวยงามมาก
แถมยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรอีกด้วย ทองกวาวมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Butea
monosperma Ktze.อยู่ในวงศ์ Leguminosae มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ
ดังนี้ กวาว ก๋าว จอมทอง จ้า จาน ทอง ทองต้น ทองธรรมชาติ ทองพรมชาติ จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
ลำต้นมักจะคดงอและแตกกิ่งต่ำๆ เปลือกต้นสีเทาคล้ำแตกเป็นร่องตื้นๆ มีน้ำยางใสๆ
ถ้าทิ้งไว้สักครู่จะเปลี่ยนเป็นยางเหนียวสีแดงเรื่อๆ ยอดจะเป็นพุ่มกลม
กิ่งมีลักษณะคดงอ ใบเป็นช่อเรียงเวียนสลับกันโดยจะรวมกันเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ดอกออกเป็นช่อมีสีแสด
หรือสีเหลือง ผลเป็นฝักแบนๆภายในมีเมล็ดแบนๆหนึ่ง เมล็ด
ตามตำรายาแผนโบราณได้กล่าวถึงสรรพคุณของทองกวาวโดยแยกเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้ ราก
แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับพยาธิ แก้ริดสีดวงทวาร ขับเสมหะ บำรุงเส้นประสาท ต้น
เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง เปลือกต้น แก้ลมวิงเวียน
แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ยางต้น แก้ท้องเสีย ใบ แก้ฝี แก้ปวด แก้สิว แก้ท้องอืด
แก้ริดสีดวงทวาร ดอก ขับปัสสาวะ ลดไข้ ฝัก ขับพยาธิ เมล็ด ขับพยาธิไส้เดือน
แก้ผิวหนังอักเสบ ขับปัสสาวะ แก้ท้องมาน ในประเทศอินเดียเรียกต้นทองกวาวว่า "Kamarkas"
มีความหมายว่า กล้ามเนื้อหลังที่แข็งแรงและยืดหยุ่น
คนไทยโบราณเชื่อว่า หากบ้านใดปลูกต้นทองกวาวไว้ จะทำให้มีทองมากเพราะชื่อทองกวาวเป็นมงคลนาม
นอกจากนี้ดอกยังมีความสวยงามเรืองรองดั่งทองธรรมชาติ
ยิ่งถ้าผู้ปลูกเป็นผู้ที่ประกอบแต่คุณงามความดีแล้วละก็นับว่าเป็นสิริมงคล
แก่ผู้อยู่อาศัยยิ่งนัก ต้นทองกวาวนั้นมีดอกที่สวยงามมาก
มีความสวยงามเรืองรองดั่งทองธรรมชาติ โดยไม่ต้องปรุงแต่ง
และมีคุณประโยชน์มากมายแก่ทุกคน โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดกลับคืนมา
เหมือนกับ นาย สุรเดช อักขรวิกรม
5146 แพททริเซีย ดี. ฟรานซิส (แพท)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
เด็กสาวผู้กระฉับกระเฉง "สาวน้อย สวย เฉี่ยว
เปรี้ยว ซ่าส์"
--- - ครูเอกเห็น น้องแพต เป็นเด็กสาวที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีคล่องแคล่ว ร่าเริง เป็นมิตร จิตใจดี มีความจริงใจ ความเป็นผู้นำสูง มีมารยาทในแบบของตัวเอง
ให้ความเคารพผู้ใหญ่ แต่ต้องคอยชี้แนะในเรื่องการ ระวังตัวในสังคม
เพื่อการเข้าใจในการใช้ชีวิตและความเป็นจริงของสังคม
และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไป
--- - ครูเอกชอบ นิสัยร่าเริงจริงใจ เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม
คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ของน้องแพต เพราะมันเป็นสื่อถึงการเป็นคนเปิดเผย
ไม่ปิดกั้นใคร ขอเพียงแค่มีความจริงใจ และมีความเข้าใจในตัวของน้องแพตก็สามารถ
เข้าถึงเธอได้โดยง่าย แต่น้องแพตนั้น ดูโตเกินวัย ซึงเด็กสาวลูกครึ่งตะวันตก
มักจะดูโตกว่าเด็กสาวชาวเอเชียอยู่แล้วจึงไม่น่าแปลกใจ เท่าไรนัก
น้องแพตยังมีแนวความคิด แบบเด็กที่ ไร้เดียงสา ว่าเงินและอำนาจ
นั้นสามารถบันดานได้ทุกอย่าง แม้แต่ความสุขที่แท้จริง เงินและอำนาจ
ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต มันแค่ส่วนประกอบของชีวิต มนุษย์ต้องการมากว่านั้น
และคนอย่างน้องแพตก็สามารถหา แสวงหาที่สิ่ง มีค่าได้มากกว่า เงินและอำนาจ ได้อย่างแน่นอน
น้องแพตยังต้องปรับตัวในเรื่องของ การปรับตัวและเข้าใจต่อสภาพแวดล้อม
ที่ใดในโลกล้วนมีแบบแผนของตัวเอง เป็นสิ่งที่ยึดถือและสืบทอดกันมานาน
เป็นวิถีชีวิตที่ อาจปรับเปลี่ยนได้แต่ต้องเป็นแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ส่วนเราอาจเปลี่ยนตัวเองไม่ได้
แต่เราสามารถปรับคลื่นความถี่ ให้มาเจอกันได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเอง
แต่ให้ปรับจูน ตัวเราให้ผสมกับสังคมนั้นได้โดยไม่แปลกแยกมากนัก เข้าหลักคำกล่าวที่ว่า
เข้าเมืองตาลิ่วก็ต้องลิ่วตาตาม เมื่อคลื่นมาตรงกันก็จะสัมพันธ์ พอดีต่อกัน การเป็นตัวเองของตัวเองเป็นสิ่งที่ดี
แต่หากมากเกินไป ก็ตีค่ากลับมาเป็นโทษได้เช่นกัน
ความมั่นใจนั้นมีประโยชน์มากต่อชีวิต การที่ตัวน้องแพต
เป็นเด็กที่มีความมั่นใจสูงนั้น ถือว่าเป็นดังอาวุธชั้นยอดของตัวเอง
แต่ความมั่นใจที่มีก็ต้องถูกนำ มาใช้ให้เกิดประโชน์มากกว่าก่อปัญหาให้กับชีวิตตนเอง
พยายามเรียนรู้ เข้าใจ ในวัฒนธรรมและสังคมที่เราได้ดำรงอยู่
และปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ในกาลปัจจุปัน ด้วยความความคล่องแคล่ว ร่าเริง
เป็นมิตร จิตใจดี มีความจริงใจ ของแพต
ก็จะทำให้ ตัวของน้องแพต มีความสุขและได้ความรักความจริงใจจากคนรอบข้างและสังคม
เพื่อที่จะสามารถพัฒนาตัวเองจนกลาย เป็น เซเลบริตี้ต้นแบบ ที่น่าจดจำ
งามสง่าอย่างมีคุณค่าต่อสังคมต่อไป
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า
และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม
ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่ศูนย์การค้าดิเอสพลานาด
หรือศูนย์การค้าชั้นนำทั่วไป
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณแพททริเซีย "คุณแพททริเซีย วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น น้องแพต
หนูแพต "สวัสดีค่ะน้องแพต"
--- - สาวน้อย คนสวย "สวัสดีค่ะ คนสวย ลิปกลอสที่เลือก
สีสวยถูกใจไหมคะ?" 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - ต้นกระดังงา
ครูเอกคิดว่า น้องแพต เปรียบเหมือน "กระดังงา"
เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางและใหญ่ลักษณะการแตกกิ่งก้านลู่ลงข้างล่างบางชนิดก็มีลักษณะเป็นเถาเลื้อยลำต้นสูงประมาณ
15 - 25 ดอกจะออกเป็นช่อ ตามปลายกิ่งหรือโคนใบมีสีเหลือง กลิ่นหอมแรงดอกหนึ่งจะมี
6 กลีบ ดอกจะแบ่งเป็น2 คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นกระดังไว้ประจำบ้านจะทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง
เพราะ กระดัง คือการทำให้เกิดเสียงดังไปไกล นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่า เสียงดังเหมือนกับนกการะเวกในสมัยพุทธกาล
คือมีเสียงดังไพเราะมาก ก้องไกลทั่วสวรรค์
ดอกกระดังงานี้สามารถนำไปใช้สกัดเป็นน้ำมันและทำเป็นเครื่องอบเครื่องหอมได้อีกด้วย
ดอกนำมาลนไฟใช้อบขนมให้มีกลิ่นหอม
เปรียบเสมือนเสน่ห์กลิ่นหอมเย้ายวนติดกายทําให้ทั้งหนุ่มทั้ง ป๋าล้วนแต่อยาก
จะใกล้ชิด มีกลิ่นหอมเย้ายวนแต่ก็ยังมีคุณประโยชน์ไม่แพ้ดอกไม้ชนิดใด
เหมือนกับ นางสาว แพททริเซีย ดี. ฟรานซิส
5147 ชัชวาล มหาโชติวงศ์ (สตาร์)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
พ่อหนุ่มผมหยักศกน้อย "พูดน้อย และใจเย็น"
--- - ครูเอกเห็น น้องสตาร์ เป็นหนุ่มน้อยที่เงียบขรึมไม่นิยมการพูดคุย
มีความตั้งใจและมุ่งมั่นในงานที่ได้รับ ผู้สุภาพอ่อนโยน อ่อนน้อม มีมารยาท
ให้ความเคารพผู้ใหญ่
แต่ต้องแต่ต้องคอยชี้แนะในเรื่องการใช้คำพูดกับผู้อื่นให้มากขึ้น เพื่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและเข้มแข็งต่อไป
--- -
- ครูเอกชอบ ความซี่อตรง ใจเย็น มีความอดทนสูง รวมถึง ความมุ่งมั่น
มีสมาธิสูง ของน้องสตาร์ การเป็นคนมีความตั้งใจ อดทน มีสมาธิเมื่อการทำการสิ่งใด
ก็จะประสบผลสำเร็จได้โดยง่าย ไม่ว่างานนั้นจะยากลำบากเพียงใด
ขอเพียงหัวใจของเราสู้ เป็นเด็กที่ มีความซื่อสัตย์ และเที่ยงตรง ยังติดพูดน้อย
การใช้แค่สายตา ท่าทาง กับความรู้สึกอย่างเดียวนั้นมัน
ไม่ไช่การสื่อสารที่เหมาะสมไปกับทุกเรื่อง บางเรื่อง คำพูดก็มีความสำคัญ
และในบางครั้งน้องสตาร์ก็ กลับมีความขัดแย้งในความคิด ของตัวเอง
ไม่แน่ใจในความคิดของตัวเอง แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร เรื่องแบบนี้มันเปลี่ยนไปตาม วุฒิภาวะ
สามารถฝึกกันได้ ฝึก ค่อยๆเรียนรู้ความต้องการของตัวเอง ปล่อยเวลาให้กับตัวเอง
และค่อยๆปล่อยใจไปตามสิ่งที่ใจคิด ต้องเรียนรู้ฝึกฝนเรื่องการสื่อสารด้วยคำพูดกับ
คนรอบข้างในมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องพูดเป็นต่อยหอย เพียงแค่รู้จักที่จะ
หาโอกาสและจังหวะที่เหมาะสม ในการสือสาร เพราะโลกใบนี้นั้น
ยังมีสิ่งต่างๆที่เรายังไม่ได้ไปค้นพบ ยังมีสิ่งต่างๆที่เรายังไม่ได้ออกไปค้นหา
ธรรมชาติ ผู้คน สัตว์โลกน้อยใหญ่ที่ มีชีวิตจริง จับต้องได้ สัมผัสได้ สูดกลิ่นได้
ลิ้มรส อยู่จริง จะปล่อยให้ชีวิตเรานั้นผ่านไป โดยไม่ได้ เรียนรู้และสัมผัส ความรู้สึกพิเศษนั้นเชียวหรือ น้องสตาร์เป็นที่มีพื้นฐานจิตใจที่แข็งแรง
มีใจซื่อสัตย์ บริสุทธ์ อยู่แล้วในตัว เพียงฝึกฝน เรียนรู้ ในสิ่งที่ยังขาดหายไป
การเป็น สุภาพบุรุษที่สมบูรณ์ เป็นที่พึ่งให้กับตนเอง และเป็นที่รักของคนรอบข้าง
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า
และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน
หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย
ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่ร้านขายหนังการ์ตูน
และขายขนมหวาน
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณชัชวาล "คุณชัชวาล วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น น้องสตาร์
"สวัสดีค่ะน้องสตาร์"
--- - พ่อหนุ่ม หนุ่มน้อย "สวัสดีค่ะ
หนุ่มน้อย ขนมชิ้นนี้ หน้าตาน่าทาน ดีนะคะ?" 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - ต้นดาวนายร้อย(คอนสวรรค์)
ครูเอกคิดว่า น้องสตาร์ เปรียบเหมือน "ดาวนายร้อย(คอนสวรรค์)"
Ipomoea quamoclit. Linn. เป็นชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ ดาวนายร้อย
เป็นพืชตระกูล CONVOLVULACEAE ดาวนายร้อยเป็นไม้เลื้อย การปลูกจึงต้องมีหลักให้ต้นได้เลื่อยเป็นหลักยึด
ดาวนายร้อยเป็นไม้ดอกที่ให้ ดอกทั้งปี ดอกมีขนาดเล็ก
ดาวนายร้อยเป็นอีกหนึ่งพันธุ์ไม้ที่เลี้ยงง่าย ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องแมลง
ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบ ช่อละ ๒-๖ ดอก ก้านช่อดอกยาว ดอกสีแดง
กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายเป็นแฉก ๕ แฉก มองคล้ายรูปดาว
ดาวนายร้อยสีสันสดใสสวยงาม มีความงามที่ดูสง่างาม ดุจดั่งเป็นดวงดาวที่รอวันผลิบานจรัสแสง
สวยงามให้ทุกคนได้ยล
เหมือนกับ นาย ชัชวาล มหาโชติวงศ์
5148 รวินท์ ชยานุรักษ์ (วินด์)
สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ ใช้อิโมติคอนของexteenในการอธิบายความรู้สึกโดยสรุป ถ้าไม่มีให้เว้น
-
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression) พร้อมเหตุผลที่มาของความรู้สึกที่อิงกับตัวละคร
-
--- -
พ่อหนุ่มหน้ามน คนไม่ชอบยิ้ม "หนุ่มน้อยผู้บูดบึ้ง
แต่น่าเอ็ดดู"
--- - ครูเอกเห็น น้องวินด์ เป็นหนุ่มน้อยที่เงียบขรึมไม่นิยมการพูดคุย
ไม่ชอบสังคมเก็บเนื้อเก็บตัว และใจร้อน แต่ก็ความสุภาพ มีมารยาท ให้ความเคารพผู้ใหญ่
ต้องคอยชี้แนะในเรื่องการเปิดใจและการอยู่ร่วมกันกับคนอื่นในสังคมปัจจุบัน เพื่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและเข้มแข็งต่อไป
--- - ครูเอกเห็นว่า เวลาที่น้องวินด์ ทำหน้าหน้าตาบูดหน้าตาบึ้ง
นั้นดูน่าเอ็ดดู น้องวินด์เป็นเด็กแข็งแรง เพราะชอบเล่นกีฬา ดูภายนอกเหมือนเป็นเด็กผู้ชายธรรมดา
แต่เมื่อได้พูดคุยแล้ว เป็นเด็กที่มีความคิดในแบบของผู้ใหญ่
มีความคิดที่โตกว่าเด็กทั่วไป แต่รับรู้แต่ด้านมึดของชีวิตมนุษย์ อารมณ์ของ มีขึ้นมีลง
เหมือนเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ หากใครเข้าใกล้มากเกินไป อุณหภูมิก็จะสูงขึ้น
น้องวินด์ที่นิ่งเงียบลี้หนีสังคม และดูเหมือนจะเป็นเด็กที่เข้าใจชีวิต
แต่จริงๆแล้ว กลับไม่เข้าใจอะไรเลย
ที่แม้บางทีการมองโลกในแง่ร้ายก็เป็นแรงผลักดันให้เราทำสิ่งต่างๆได้ดี เหมือนกันในบางครั้ง
และกระทำสิ่งต่างนั้น ไปโดยไม่ประมาทด้วย คนเราบางครั้งก็ต้องมองโลกในเเง่ร้ายบ้าง
เพราะสังคมสมัยนี้มักใส่หน้ากากเข้าหากัน
เเต่ก็ต้องไม่ลืมว่าควรมองโลกในเเง่ดีบ้างเพื่อให้โลกส่วนตัวของเราได้เปิด
กว้างรู้จักสิ่งใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ เเต่ที่สำคัญอย่าเอากิเลสเป็นที่ตั้ง
ควรเอาสติเป็นที่ตั้ง ครูก็เป็นคนนึงที่ยังทำไม่ได้ดีนักเเต่ก็พยายามทำอยู่
การมองโลกในเเง่ร้ายไม่ใช่สิ่งไม่ดี ทุกคนมีสิทธิที่จะมองอะไร ในทัศนะของตน
และก็ไม่มีใครสามารถตัดสินได้หรอกว่า อะไรผิด อะไรถูก
เพราะทุกคนจะหาเหตุผลมาสนันสนุน ความคิดหลักของตนเองเสมอ
แต่ว่าทุกสิ่งมันก็มีขอบเขตของมันเหมือนกัน
ตัวเราเองก็สมควรเรียนรู้เรื่องการเข้าอกเข้าใจคนอื่นด้วย เพื่อตัวเราก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในชีวิต
เปิดใจยอมรับในตัวคนอื่น เพราะบนโลกมนุษย์นั้นยอมมีทั้งที่ดีและไม่ดี ปะปนกันไป
แม้แต่ตัวของเราเองก็หาดีร้อยเปอร์เซนต์ไม่
การยอมรับและเข้าใจคนอื่นที่เห็นและคิดต่างจากเรา ถือเป็นการฝึกใจของเรา ฝึกการให้
การให้โอกาส การให้ความวางใจการคนรอบข้าง
เพราะเราเกิดมาเป็นมนุษย์ที่ต้องอยู่ร่วมกันเป็นสังคม
สังคมที่ยังมีเรื่องราวที่เลวร้ายมากมาย แต่ก็มีสิ่งดีๆ อีกมากมายเช่นกัน
สิ่งที่ดีที่สุด คือการมองโลกหลายแบบ มองโลกในหลายแง่
มองที่ความเป็นจริงของชีวิต เพื่อการเติบโตเป็นชายหนุ่มที่สามารถเป็นที่พึ่งพาของครอบครัวให้ได้ต่อไป
อย่างน้อยก็เป็นที่พึ่งของตัวเองได้ ทำให้คนรอบข้างมีความสุข
เป็นต้นแบบที่ดีของคนรุ่นต่อไป และอยู่บนโลกนี้อย่างมีประโยชน์
สมกับที่ได้เกิดมาบนโลกเบี้ยวๆใบนี้
ท่าทีที่แสดงออกต่อตัวละครนั้น (Expression) อาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกได้ ตามความเสแสร้ง
-
--- - ทักทายสวัสดียามพบกัน ยิ้มให้ทุกครั้งที่พบเจอ หรือแล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์
--- - เวลาสนทนากันจะมองหน้า
และแววตาของของคู่สนทนาเสมอ ด้วยสายตาอ่อนโยน
--- - น้ำเสียงและสีหน้า
ขณะสนทนาอ่อนโยน โดยไม่ได้เสแสร้งหรือแกล้งทำ
--- - ปฏิบัติตน ให้ความรักความรักความเอ็นดู
เท่าเทียมเหมือนลูกศิษย์คนอื่นทุกประการ
โอกาสในการเดินเข้าหาหรือไปคุยเมื่อได้พบเห็น เช่นน่าจะได้คุยเพราะอะไร ความอยากเข้าหาเท่าไหร่
-
--- - ได้พบเจอกันเป็นประจำในชั้นเรียน
--- - หากมีข้อเสนอแนะหรือ สอบถามเรื่องใด
ครูเอกก็จะเดินเข้าไปสอบถามหรือพูดคุยกับนักเรียนเองโดยตรง
--- - หากนักเรียนมีปัญหาปรึกษาเรื่องการเรียน
หรือสอบถามเรื่องใดก็ตาม ครูเอกก็พร้อมที่จะให้นักเรียน เข้ามาสอบถามหรือพูดคุย
ตลอดเวลาทั้งในชั้นเรียนและนอกชั่วโมงการสอน
--- - ได้พบเจอกันใน
กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น หรือ พบกันโดยบังเอิญทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
--- - อาจได้มีโอกาสเจอกันที่สวนพฤกษศาสตร์
รายละเอียดอื่นๆ
- การใช้ภาษา
--- - เรียกชื่อนักเรียนเต็มชื่อ
เช่น คุณรวินท์ "คุณรวินท์ วันนี้ครูขอพบที่ห้องพักครูนะคะ"
--- - เรียกชื่อนักเรียนด้วยชื่อเล่น เช่น
น้องวินด์ "สวัสดีค่ะน้องวินด์"
--- - พ่อหนุ่ม หนุ่มน้อย "ต้นไม้ดอกไม้แถวนี้
ดูแล้วสบายตาเพลินใจดีจริง เห็นด้วยไหมคะ? หนุ่มน้อย " 
--- - ใช้สรรนามตามความเหมาะสม
ตามแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ ในขณะนั้นด้วยความสุภาพ
--- - เรียกแทนตัวว่า ครู
- ร้อยพรรณพฤกษา
--- - ต้นอโศก
ครูเอกคิดว่า น้องวินด์ เปรียบเหมือน "ต้นอโศก"
อโศกเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบสูง 9-12 เมตร พุ่มใบทึบ ใบอ่อนสีเขียวนวล ๆ
ปลายกิ่งลู่ลงดิน ขอบรมใบเป็นลอนคลื่นน้อย ๆ ออกใบเป็นช่อเรียงสลับกัน
ก้านใบสั้นติดกิ่งช่อใบหนึ่งมีใบย่อยออกเป็นคู่ตรงข้าง ช่อละ 4-8 คู่ใบ
ใบรูปหอกปลายใบแหลมมีติ่ง ดอกมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามบริเวณปลายกิ่ง ดอกบานใหม่ ๆ
สีเหลือง และค่อยเปลี่ยนเป็นสีส้มเมื่อดอกแก่ ปลายหลอดบานเป็น 4 กลีบ แต่ละกลีบมีลักษณะคุ้มคล้ายช้อนเล็ก
ๆ เกสรตัวผู้ 6-8 เส้น อยู่ภายในหลอดดอกดอกมักบานพร้อมกัน กล่าวกันว่าต้นอโศก
เป็นต้นไม้ที่มีรูปทรงสวยงามราวกับสถูป ในอินเดียถือว่า ‘อโศก'
เป็นสัญลักษณ์ของความรัก และมักใช้ดอกอโศกถวายพระกามเทพ และในวรรณกรรมอิงพุทธประวัติเรื่อง
"กามนิต" โดย เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป
นั้น ต้นอโศกได้เข้ามาเกี่ยวพันกับความรักของกามนิต เพราะบริเวณที่กามนิตได้พบ
กับวาสิฏฐีทุกค่ำคืน ก็คือลานอโศกนั่นเอง ดอกอโศกมีความสวยงามมาก
อีกทั้งยังมีกลิ่น หอมจาง โศก
-หมายถึงโศกเศร้า แต่อโศก หมายถึงไม่โศก หมดแล้วซึ่งความเศร้าหมอง
เหมือนกับ นาย รวินท์ ชยานุรักษ์
ชี้แจงแถลงไข
ส่วนเนื้อหา
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนั้น (Impression)
เนื่องจากงานเขียนนี้มีขนาดยาว ไม่จำเป็นต้องอ่านของทุกคน ขอเพียงให้อ่านให้ส่วนที่เกี่ยวข้องก็ จักขอบพระคุณเป็นอย่างมากแล้ว
ครูเอก ไม่มอง เด็กนักเรียนเป็นเด็กมีปัญหา
ครูเอก ไม่ต้องการ เปลี่ยนแปลงอะไร เพราะมันจะเป็นไปเองตามธรรมชาติ
ความคิด แบบเจตคติเชิงลึก ไม่ได้หมายความว่าครูเอกต้องการไปเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเด็กๆนะคะ เพียงแต่เป็นความคิด ของครูเอกเองว่า ถ้าเด็กแต่ละคนควรจะปรับปรุงด้านไหน ฝึกฝนด้านอะไรจึงจะกลายเป็นบุคคลที่สมบูรณ์พร้อม ไม่ได้หมายความครูเอกต้องการไปปั้นแต่ง ให้ตัวลูกศิษย์แต่ละคนเป็นไปตามแบบที่เธอต้องการ เพียงแต่เป็นเครื่องเตือนสติตัวเองว่า ลูกศิษย์แต่ละคนเป็นอย่างไร และควรจะมีแนวทางในการสอนของตัวเองเป็นอย่างไร กับลูกศิษย์แต่ละคน
ครูเอกไม่ได้ต้องการให้นักเรียนทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากหน้ามือเป็นหลังเท้า จากดำเป็นขาว ในทันทีทันใด หวังเพียงแค่ เห็นลูกศิษย์เปลี่ยนไปในทางที่ดี แม้เพียงเล็กน้อยก็ดีใจแล้ว เพราะว่าทุกอย่างมันเป็นนิสัยที่ไม่สามารถจะมาเปลี่ยนกันได้โดยง่าย เหมือนการพลิกฝ่ามือ ต้องค่อยๆเป็น ค่อยๆไป อย่างอ่อนโยน ตอนนี้อาจยังไม่เห็นผล ได้แต่หวังว่าในอนาคตอันใกล้ เขาจะนึกถึงสิ่งที่ครูได้ ชี้แนะ เฝ้าห่วงและคอยเป็นกำลังใจ เพราะครูทุกคน ล้วนต่างต้องการให้ลูกศิษย์ มีแต่ความสุขความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ทั้งในหน้าทีการงานและการดำรงชีวิตในสังคม
หมายเหตุ
และโปรดติดตามอ่านข้อมูลความสัมพันธ์ของครูเอก กับลูกศิษย์ทั้ชั้นปีต่อไป และบุคลากรพิเศษ ในลำดับต่อไปของข้าพเจ้าด้วย
จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
รักเอกธิดา
DB 3 ข้อมูลความสัมพันธ์กับนักเรียน รุ่นที่๑
DB 3 ข้อมูลความสัมพันธ์กับนักเรียน รุ่นที่๒
ลิงค์ไปยังลำดับที่ ๕๒๐๑-๕๒๑๒
ลิงค์ไปยังลำดับที่ ๕๒๑๓-๕๒๒๔
อ้างอิง
รูปกฤษณา ที่มา: gaharu University of Minnesota . 2548 : http://forestpathology.cfans.umn.edu/agarwoodadd.htmรูปต้นโคลเวอร์ ที่มา: coolclix . 2007 : http://coolclix.blogspot.com/2007/01/clover-history-behind-leaf.html
รูปต้นสัก ที่มา: แจ็ค . 2007 : http://www.gunsandgames.net/smf/index.php?topic=42489.msg1013869
รูปลิลลี่ ออฟ เดอะ แวลลี (Lily of the valley) ที่มา: DejavuKitty . 2009 : http://www.westink.com/index.php?main_page=product_info&products_id=70
รูปดอกทานตะวัน ที่มา: namkhang . 2008 : http://www.jaispace.com/2008/12/12/ทุ่งทานตะวัน
รูปบัว ที่มา: mr.koe . 2550 : http://www.oknation.net/blog/nammon/2007/10/22/entry-1
รูปดอกไอริส ที่มา: archstonephotos . 2009 : http://www.archstonephotos.com/TheyAreSoSo/IrisFlower1.htm
รูปใบไม้สีทอง(ย่านดาโอ๊ะ) ที่มา: ย่าดา . 2551 : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=285856
รูปทองกวาว ที่มา: Lucky in Life . 2008 : http://www.rpst-digital.org/forum/showthread.php?t=17731
รูปกระดังงา ที่มา: Ramine . 2552 : http://www.koosangkoosom.com/pages/telltalk.asp?hidID=1&hidArticle=59387
รูปดาวนายร้อย(ดาวประดับฟ้า) ที่มา: PRM Ricola ร่าเริง . 2552 : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=ricolajoy
รูปอโศก ที่มา: dekdee . 2551 : http://www.arunsawat.com







#1 By [ i ]Rin on 2009-09-13 13:13