ส่งใบประวัติ  (A)

 

Entry ใบสมัคร นี้เป็นส่วนหนึ่งของ โรงเรียนลูกบาศก์

 

 


 

 (A) รายละเอียดของตัวละครที่ต้องการ

** ขอให้เขียนรายละเอียดโดยใช้เลขหัวข้อตามนี้อย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นไม่นับครับ **

1. ชื่อตัวละคร: เอกธิดา แจ่มกรุณา

            โดยปกติเมื่อสนิทสนมกันแล้วโดยทั่วไป จะเรียกว่าเอกสำหรับคนที่อายุเท่ากัน น้องเอกสำหรับคนที่อายุมากกว่า
และพี่เอกสำหรับคนที่อายุน้อยกว่า นิสิตนักศึกษาจะเรียกว่าอาจารย์เอก นักเรียนที่โรงเรียนลูกบาศก์จะเรียกว่าครูเอก

2. อายุ (นับในวันที่ 1 พฤษภาคม 2552): 29 ปี / เพศ: หญิง

3. วันเกิด: 10 พฤษภาคม 2522 (May 10, 1979)

4. ความสูง: 169cm. น้ำหนัก : 49kg.

5. รูปพรรณสัณฐาน (ได้ทั้งการบรรยาย ภาพวาด และอาจจะเป็นภาพถ่ายอ้างอิง)

ภาพแรกที่พบเธอ คือ สวยสง่า

 

หน้าตาสวยแบบกลางๆไม่มากหรือน้อยเกินไปตามรูปตัวอย่างประกอบการสมัคร
มีใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงเล็กน้อย รูปร่างสมส่วนไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป

การแต่งกายด้วยชุดทำงานตามสมัยนิยมแบบภูมิฐานสง่าผ่าเผย

 

6. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของตัวละคร (รวมสิ่งที่ชอบและไม่ชอบตรงนี้เลย)

สวยสง่า

            บางคนไปตีความว่าสวยสง่าคือต้องดู สวย เริด เชิด หยิ่ง และต้องดูเป็นลูกคุณหนูผู้มีมั่งคั่งซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่ ทุกอย่างเริ่มมาจากบุคลิกภาพ การนั่ง การเดิน การยืน การกิน การพูดจา เดินหลังตรงไม่เดินก้มหน้าก้มตาหาเศษเหรียญไม่มองขาโต๊ะขาเก้าอี้ในขณะพูด คุยกับบุคคลอื่น มีความ ความมั่นใจ พูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล พังดูมีเหตุผลเสมอ ที่สำคัญที่สุดคือพูดด้วยวาจาที่สุภาพเรียบร้อยถูกกาลเทศะ ยิ้มแย้มกับผู้คน ทานอาหารอย่างถูกต้องมีมารยาทสำคัญที่สุดคือจิตใจที่ดีงามอยู่เสมอถึงจะ เรียกได้ว่าสวยสง่าอย่างเต็มภาคภูมิ แต่เธอก็ไม่ได้เป็นคนที่สมบูรณ์แบบอะไรเพียงแค่บุคลิกภายนอกของเธอนั้นเป็น เช่นนี้เอง


มีเสน่ห์

            เธอเป็นคนมีเสน่ห์ลักษณะที่ชวนให้คนหลงรัก แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันก็เผลอรักเธอได้ง่ายโดยไม่ทันระวังตัวเป็นคนมีรสนิยมในการแต่งตัวดี


ยิ้มสวย

            ยิ้มสวย ในที่นี้คือเมื่อมีคนยิ้มให้ก็จะยิ้มตอบกลับไป มิใช่ยิ้มไปเรื่อยเปื่อย ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออาจารย์เอกเดินมาพบนักศึกษายิ้มให้ เธอก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน ยามเธอแย้มยิ้ม เสมือนแสงส่องนวลตาเป็นประกายระยิบระยับ หรือจะเรียกกันว่ายิ้มชวนมองก็เป็นได้


มองโลกในทางบวก

            และคิดเสมอว่าทุกคนมีเหตุผลเป็นของตนเอง ทัศนคติของเธอกับความโกรธ "ถ้าเราโดนรังแกให้เจ็บใจเราจะไม่โต้ตอบแต่จะนิ่งเฉย" ตัวอย่างเช่นคนเราเมื่อโดนกลั่นแกล้งก็จะหาทางโต้ตอบตอกกลับไปให้สาสมเพื่อ ระบายความแค้นที่มีอยู่ในใจ แต่สำหรับเอกธิดาแล้วการเอาคืนนั้นมีแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บปวดมากขึ้น ควรนำพลังงานนั้นไปแปรรูปเป็นประโยชน์ในทางที่ดีจะกว่า เพราะการเอาคืนได้เพียงแค่ความสะใจเพียงชั่ววูบเดียวเท่านั้น สะใจเพียงไม่นานแต่กลับต้องมานั่งเสียใจกับการกระทำที่เล็กน้อยนั้นไปตลอด ชีวิต


เอาใจใส่

            เอกธิดาเป็นคนที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดไม่ว่าสิ่งนั้นจะสำคัญหรือไม่ก็ตาม ตัวอย่างเช่นถ้าน้ำในกระติกน้ำร้อนพร่องไปใกล้จะหมดเธอจะนำน้ำมาเติมให้เอง โดยไม่คิดว่านี้คือหน้าที่ของใคร เมื่อนักเรียนนักศึกษามีสีหน้าที่แปลกไปจากเดิมเธอจะรับรู้ได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้โดยง่าย หากนักเรียนกระดุมหลุดเสื้อขาดหรือว่าเชือกรองเท้าผูกไม่เรียบร้อยเธอก็จะ เข้าไปจัดการให้อาจจะเป็นการเตือนว่าเชือกรองเท้าหลุดนะหรือเข้าไปผูกให้เลยก็มี เคยมีเหตุการณ์หนึ่งนักศึกษาหญิงปกเสื้อพับเข้าอย่างไม่เป็นระเบียบเธอก็ เข้าไปจัดปกเสื้อให้ การทักทายเธอจะทักทายทุกคนด้วยใจยิ้มแย้มไม่ว่าจะเป็นนักเรียน คุณครู คุณแม่บ้าน คุณพนักงานตอนรับ คุณแม่ครัว และกล่าวขอบคุณทุกครั้งไปเพราะเธอคิดว่า ทุกคนล้วนเป็นส่วนสำคัญบนโลกนี้ เธอทำทั้งหมดโดยไมรู้ตัวเพราะมันเป็นนิสัยไปแล้ว ซึ่งการสนใจจิตใจของคนอื่นก็เป็นเรื่องดีแต่ถ้ามากเกินไปก็กลายเป็นเหมือน จับผิดโดยไม่รู้ตัว


เจ้าระเบียบ

            เอกธิดาจะติดนิสัยเจ้าระเบียบเล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นจอมจู้จี้จุกจิกหรือชอบติชอบบ่น ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเธอทานข้าวเสร็จเรียบร้อยก็จะเก็บจานมาซ้อนกันอย่างเป็น ระเบียบ จานใบใหญ่อยู่ด้านล่าง จานหรือชามที่มีขนาดเล็กก็นำมาซ้อนอยู่ด้านบน เรียงกันเป็นระเบียบ ถ้ามีเศษอาหารหรือเศษขยะจากการรับประทานอาหารก็จะเก็บกวาดเศษอาหารหรือเศษ ขยะรวมไว้ที่ภาชนะบนสุดเสมอเป็นนิสัย และถ้าบริเวณโต๊ะที่ทานอาหารมีคราบเลอะอยู่ก็จะนำกระดาษชำระที่พกติดตัวออก มาเช็ดทำความสะอาด แล้วนำจานที่เรียงซ้อนกันเรียบร้อยนั้นยกไปเก็บในจุดเก็บจานของโรงอาหาร เธอคิดว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำเช่นกันเพราะเป็นสิ่งเล็กๆที่จะทำให้เกิด ความผาสุกในสังคม เอกธิดานิยมปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างมากกว่าการใช้วาจาบอกกล่าวเพราะการทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเป็นการสอนที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด
            อีกหนึ่งอาการเจ้าระเบียบของเธอที่เห็นได้ชัดคือ เรื่องของแก้วน้ำเย็น แก้วน้ำเย็นนั้นเมื่อวางทิ้งเอาไว้จะมียอดน้ำเกาะรอบตัวแก้วไหลมารวมกันเลอะที่ฐานแก้วดูแล้วไม่น่ามอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเธอจะนำกระดาษหรือผ้าออกมารองแก้วเพื่อซับหยดน้ำ หากมีจานรองก็จะใช้จานรองแก้ว
            การจัดระเบียบก็เป็นอีกสิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับเธอ ถ้าเธอเห็นสิ่งของใดก็ตามที่วางไม่เป็นระเบียบก็จะเกิดอาการคันไม้คันมือจะเข้าไปจัดการให้เป็นระเบียบ ยกตัวอย่างเช่นชั้นหนังสือที่เรียงเลขเล่มสลับไปมาผิดหมวดหรือลำดับเช่น หนังสือหมวด ก แต่ทุกจับใส่แบบมั่วๆในหมวด ว เธอก็จะหยิบออกมาจัดใหม่ให้ถูกต้องตามแบบที่ควรจะเป็น
            ลักษณะนิสัยเจ้าระเบียบนิดๆของเธอทั้งหมดทำไปโดยไม่รู้ตัว เป็นไปโดยสัญชาตญาณ


ยึดกฎเกณฑ์

            จะยึดข้อกําหนดที่วางไว้เป็นหลักและไม่ชอบทำนอกหลักเกณฑ์ ยกตัวอย่างเช่นถ้าต้องเดินทางไปต่างประเทศกระเป๋าที่กำหนดคือ 2ใบและมีน้ำหนักรวมกันไม่เกิน 10กิโลกรัม เธอก็จะนำไป 2ใบและน้ำหนักรวมกันแล้วไม่เกิน 10กิโลกรัม โดยตรวจชั่งเองก่อนเดินทางเพื่อไม่ให้น้ำหนักเกินแม้แต่ 0.5 ก็ไม่ได้ เป็นนิสัยที่ทั้งดีและไม่มีในเวลาเดียวกัน เพราะการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นั้นก็เป็นเรื่องดีแต่ถ้ามากเกินไปจะกลายเป็นคน ที่ยึดติดกฎเกณฑ์จนน่ารำคาญ


ทำงานเป็นระบบ

            มีการวางแผนล่วงหน้าเสมอมีการเตรียมแผนสำรองทุกครั้งเพื่อป้องกันความผิดพลาด มีสมุดบันทึกการทำงานระบุการทำงานในแต่ละเดือนโดยเทียบกับปฏิทินการศึกษาของมหาวิทยาลัยและคณะเพื่องานที่สมบูรณ์ที่สุด จัดเตรียมเอกสารประกอบการสอน ทำข้อสอบแบ่งออกเป็นหลายชุดอย่างเป็นระบบ การเงินของเธอก็จำทำบัญชีรายรับรายจ่ายของเธอเองด้วย


ข้อเสีย
(สำคัญและควรมีเพื่อใช้ในการปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือนำมาเขียนเป็นข้อขัดแย้งในเนื้อเรื่อง)

            เอกธิดาแม้จะดูสมบูรณ์แบบแต่เธอก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเธอก็มีข้อเสีย เมื่อคนอื่นๆทั่วไปเช่นกัน ยึดระเบียบกฎเกณฑ์มากเกินไป มั่นใจในความคิดของตนเองมากเกินไปถ้าคิดว่าถูกแล้วเธอมีข้อมูลเห็นผลรองรับ ก็จะถือว่าความคิดของเธอนั้นถูกต้อง มองโลกในแง่ดีมากเกินเหตุอาจจะถูกหลอกได้ ยังยึดติดกับตำแหน่งและยศศักดิ์อยู่การสมัครเป็นอาจารย์ของเธอนั้นนอกจาก ความสุขที่ได้สอนนั้นอีกเป้าหมายหนึ่งของเธอคือการทำตำแหน่งทางวิชาการนั้น คือตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์(ผศ.) รองศาสตราจารย์(รศ.) และสูงสุดคือ ศาสตราจารย์(ศ.)และนี้เองเป็นเหตุผลที่คุณแม่ของเธอส่งเธอมาที่โรงเรียนลูกบาศก์เพื่อ ให้เธอได้ทบทวนถึงหัวใจของการเป็นคุรุและคิดว่าที่นี้จะค่อยๆสอนลูกสาวคนนี้ ให้เป็นครูคนโดยสมบูรณ์ เพราะท่านคิดว่าการเป็นครูนั้นไม่ยากแต่การเป็นครูที่ดีนั้นยากกว่า โดยเอกธิดาเองไม่ได้ทราบถึงเหตุผลนี้เลยเพียงได้สงสัยแต่ก็ไม่ได้คัดคานแต่ อย่างใด

สิ่งที่ชอบ

 

สี

โดยปกติชอบทุกสีตามช่วงอารมณ์

อาหาร

 

            รสชาติ

ทานอาหารปกติทั่วไปได้ทุกชนิดไม่เกี่ยงเรื่องรสชาติอาหาร ทานได้ทุกรสชาติโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ร้านอาหารร้านไหนที่เอกธิดาต้องปรุงเพิ่ม ร้านนั้นต้องพิจารณาปรับปรุงรสชาติโดยด่วนก่อนจะไม่มีคนเข้าร้าน เธอจะเป็นที่ชื่นชอบของคุณแม่ครัวมากเพราะเธอทานโดยไม่ปรุงเพิ่ม

            ของคาว

ต้มจับฉ่าย

            ของหวาน

ไอศกรีมรสรัมเรซิน

            ผลไม้

สับปะรด หวานฉ่ำ

ดอกไม้

ดอกชบาสีเหลือง

ดนตรี

            ลักษณะของประเภทดนตรีที่ชอบ เอกธิดาสามารถฟังเพลงได้หลากหลายแนวดนตรี เช่น ดนตรีคลาสสิกดนตรีไทยเดิม เพลงลูกทุ่ง เพลงสากล เพลงไทยสากล หรือเพลงภาษาต่างประเทศอื่นได้ทุกประเทศเพราะแม้ไม่เข้าใจในภาษาแต่ถ้าทำนองต้องหูกันก็พอฟังกันได้เพราะดนตรีเป็นภาษาสากล

บรรยากาศ,อากาศ

ลมพัดเย็นสบาย,เย็นสบาย ไม่ร้อนมากหรือหนาวจัด

สถานที่ท่องเที่ยว

ทะเล เพราะลมทะเลเป็นสิ่งที่เธอชอบ

ลักษณะนิสัย

๑. เป็นคนสัมมาคารวะเคารพนบนอบ เช่น พูดกับผู้ใหญ่ก็มีหางเสียงมีน้ำเสียงสุภาพไม่หยาบคาย
๒. มีจินตนาการ
๓. คนมองโลกในแง่ดี

กิจกรรมอดิเรก

เล่นขิมและพับกระดาษ

สัตว์

ไม่ได้ชอบสัตว์ชนิดใดเป็นพิเศษ

กีฬา

ว่ายน้ำ,โยคะ

ไม่กลัว

ผี (ถ้าไฟดับเธอจะเป็นคนแรกที่ออกไปหาเทียนหรือไฟฉายในความมืดโดยไม่กลัวอะไรเป็นที่พึ่งของเพื่อนๆเสมอสมัยเรียนโรงเรียนประจำ)

           

สิ่งที่ไม่ชอบ

 

สี

ไม่มี

อาหาร

ปลานึ่งปลาต้ม อาหารป่า เช่น กบ เขียด หนู คางคง ปลาไหล และอื่นๆ

ดนตรี

ไม่มี

บรรยากาศ,อากาศ

เหนียวเนื้อตัวเหนอะหนะ,หนาวเย็น

สถานที่ท่องเที่ยว

ป่าเขา

ลักษณะนิสัย

๑.นินทาว่าร้ายและดูถูกคนอื่นไม่ว่าเรื่องนั้นจะจริงหรือไม่ก็ตามเมื่อได้ยินจะรู้สึกแย่
๒.ดูถูกดูแคลนคนไทยด้วยกันเอง
๓.คนที่ทำความผิดทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่ควรทำโดยอ้างว่าใครๆเขาก็ทำกัน

กิจกรรมอดิเรก

ตกปลา (เพราะเอกธิดาคิดว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์เพื่อความบันเทิง)

สัตว์

หนูและสัตว์อันตรายต่างๆ เช่นเสือ งู หมี เป็นต้น

กีฬา

ไม่มี

กลัว

ขึ้นคานและการแต่งงาน
เป็นความกลัวที่ขัดแย้งกันเอง นี้เธอสับสนอะไรหรือเปล่า จริงๆแล้วความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกของผู้หญิงที่วัยใกล้ 30 เกือบจะทุกคน กล่าวคืออายุเมื่อใกล้ถึงวัยที่สมควรจะมีครอบครัวได้แล้วแต่ก็ยังไม่มีเลย เกิดความรู้สึกไม่อยากขึ้นคานเพราะหากปล่อยเวลาผ่านไปยิ่งนานวันก็มีสิทธิ์ ที่จะครองชีวิตโสดตลอดไปเป็นแน่ แต่ลึกๆก็กลัวการแต่งงาน กลัวถึงการได้คู่ชีวิตที่ไม่ดีคู่ครองในอุดมคติคือคนที่อบอุ่นและใจดีแบบคุณ พ่อ ปัญหาที่ดูไร้สาระแต่มันเป็นเรื่องสำคัญของเธอเลย

 

7. ความสามารถพิเศษ (ที่ไม่เหนือกฎธรรมชาติ อันนี้ขอคนธรรมดาครับ)

ทักษะ

ด้านภาษาศาสตร์

ระดับทักษะ

 

ไทย

ดีมาก

 

อังกฤษ

ดี

 

ภาษาต่างประเทศอื่นๆ

ไม่มี

ทักษะ

ด้านดุริยางคศาสตร์ไทยและสากล

ระดับทักษะ

 

ขิม

ดีมาก

 

เปียโน

ดี

ทักษะ

ด้านศิลปกรรมศาสตร์

ระดับทักษะ

 

พับกระดาษ

ดี

 

ปรุงอาหาร

ดี


8.
ประวัติชีวิตของตัวละครโดยสังเขป
(เช่นเรียนที่ไหนมา เรียนด้านอะไร ที่บ้านเป็นยังไง)

ระดับการศึกษา

 

มัธยมศึกษาตอนต้น

โรงเรียนสตรีศึกษาประจำจังหวัด

มัธยมศึกษาตอนปลาย

โรงเรียนสหศึกษาประจำจังหวัด

ปริญญาตรี

ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ปริญญาโท

สาขา วิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยในประเทศไทย(แต่ในหลักสูตรปัจจุบันได้แยกสองสาขา ออกจากกันแล้วเนื่องจากมีจำนวนผู้ศึกษาพอเพียงต่อการเปิดแยกกันและอีกหลาย ปัจจัย แต่ในปีที่อาจารย์เอกธิดาจบมานั้นยังไม่มีการแยก สาขาสาขาวิชาวาทวิทยาและและสื่อสารการแสดงออกจากกัน เนื่องจากยังมีผู้ศึกษาจำนวนน้อยอยู่ ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเป็นปัจจุบันแล้ว

 

ประวัติการทำงาน

 

๒๕๔๔-๒๕๔๗

สมัคร เข้าทำงานในตำแหน่งผู้ประกาศข่าวของสถานีวิทยุ โทรทัศน์แห่งหนึ่ง แต่ในสองปีแรกของการทำงานได้รับตำแหน่งนักข่าวฝึกหัด มีหน้าที่ในการออกหาข่าวและออกสนามข่าวเพื่อนำข่าวมาเขียนส่งหัวหน้าข่าว จากนั้นถึงได้เป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา(สอบใบผู้ประกาศผ่านแล้ว)ทำงานอยู่สองปี จึงลาออกเพราะคิดว่าตนเองเหมาะกับอาชีพอาจารย์มากกว่า แล้วศึกษาต่อเพื่อเป็นอาจารย์เนื่องจากตำแหน่งอาจารย์นั้นรับเฉพาะวุฒิการ ศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไปเท่านั้น

๒๕๔๘-๒๕๔๙

ศึกษาต่อระดับปริญญาโท

๒๕๕๐-๒๕๕๑

สมัครเข้ารับตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สอนในคณะนิเทศศาสตร์ภาควิชาวารสารสนเทศและขอออกมาตอนประมาณช่วงปลายปี ๒๕๕๑ เพื่อสมัครเข้าสอนในโรงเรียนลูกบาศก์ตามคำแนะนำของคุณแม่

คุณพ่อชื่อ คุณครู เตือนใจ แจ่มกรุณา

            คุณพ่อท่านประกอบอาชีพรับราชการครู (ท่านใกล้จะเกษียณอายุราชการอีกไม่กี่ปีนี้แล้ว) คุณพ่อเป็นคนนิ่งและเงียบไม่ค่อยพูด มักจะเห็นท่านอ่านหนังสือมากกว่าเจอท่านทีไรก็เห็นท่านอ่านหนังสืออยู่เสมอ แต่ถ้าหากลองได้เข้าไปชวนคุยในเรื่องที่ท่านถูกใจและก็จะกลายเป็นคนโปรดเอา ได้ง่ายๆ ปัจจุบันท่านสอนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในชั้นปี ที่ ๑ เป็นคุณลุงที่รักของเด็กๆท่านเป็นคนเลือกชั้นปีในช่วงนี้สอนเอง ท่านเคยสอนในระดับอุดมศึกษามาแล้วแต่ท่านไม่ชอบซึ่งไม่ทราบเพราะสาเหตุใด จึงออกมาสอนในระดับมัธยมศึกษาซึ่งเป็นที่ถูกใจท่านมากแม้ท่านจะนิ่งเงียบใน เวลาปกติแต่เมื่อสอนท่านจะมีตัวอย่างยกมาประกอบมากมายเป็นวิทยาศาสตร์เบื้อง ต้นที่สนุกสนานจริงๆ

คุณแม่ชื่อ อาจารย์ น้ำทิพย์ แจ่มกรุณา
            คุณแม่ ท่านประกอบอาชีพอาจารย์ ณ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง คุณแม่ได้ทำวิจัยและเขียนตำราเอาไว้หลายเล่ม จึงรับตำแหน่งรองศาสตราจารย์(รศ.)และท่านจบระดับดุษฎีบัณฑิต(หลักสูตรปริญญาเอก)ในสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ จึงได้คำนำหน้าชื่อว่า รศ.ดร. น้ำทิพย์ แจ่มกรุณา ในวงการศึกษาแต่ในบ้านคุณแม่น้ำทิพย์ของลูกและสามี เสมอไม่มีตำแหน่งใดนอกจากคำว่าแม่และภรรยา
            คุณแม่ท่านเป็นที่รักของลูกศิษย์ลูกหามากมาย คุณแม่เป็นคนมีจิตใจเมตตากรุณา ยิ้มง่ายและเรียกแทนตัวว่าเรากับทุกคนเป็นคนที่น่ารักเข้าหาได้ง่าย ลูกศิษย์กล้าที่จะเข้าใกล้และสอบถามของสงสัย ซึ่งเป็นแบบอย่างให้ตัวเอกเองได้ปฏิบัติตาม

มีพี่สาว1คน พี่ชาย1คน


9. วิชาที่จะสอน

ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ (วิชาหลัก /ทุกสาขา)

10. แนวทางในการทำงานของคุณ (เช่นวิธีในการสอนของคุณ)

            ถึงเอกธิดาจะเป็นคนเจ้าระเบียบแต่ว่าความเป็นระเบียบเรียบร้อยนี้เธอจะไม่นำ มาใช้กับการสอนเลยเพราะนิสัยเจ้าระเบียบของเธอทั้งหมดเป็นการจัดระเบียบตน เองทั้งสิ้นไม่ได้เป็นจัดระเบียบคนอื่น ดั้งนั้นแนวทางในการสอนของเธอคือยึดนักเรียนเป็นสำคัญ ให้นักเรียนได้ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ เพราะว่าภาษาคือจินตนาการ การฝึกใช้ภาษาเท่ากับเป็นการฝึกใช้จินตนาการ วิชาภาษาไทยของเธอจะเน้นในเรื่อง การฟัง การคิด การถาม และการเขียน โดยยึดหลัก  หัวใจนักปราชญ์ "สุ.  จิ.  ปุ.  ลิ."

สุ.ได้แก่ สุตะ คือ การฟัง  นักปราชญ์ต้องฟังมากและอ่านมาก

จิ.ได้แก่  จิตะ  คือ  การคิด  เมื่อเราฟังหรืออ่านเรื่องราวใดๆต้องคิดตาม  ไม่ปล่อยจิตไปอย่างว่างเปล่าไร้ความหมาย  ถ้าพบข้อความหรือคำพูดที่ไม่เข้าใจหรือสงสัย  ก็ผูกจิตไว้ตรึกตรอง

ปุ.  ได้แก่  ปุจฉา  คือ  การถาม  ก็ผูกจิตไว้ตรึกตรองและค้นคว้าหาความเข้าใจ ถามข้อคิดอันสงสัยกับครูอาจารย์ดีชี้ปัญญา หรือถามจากหนังสือดี จนรู้แจ้งเห็นจริง

ลิ.  ได้แก่ ลิขิต  คือ  การเขียน  เป็น การแสดงผลการฟัง การอ่าน  การใช้ความคิด  การถาม  คือการสอบสวนของผู้ที่จะเป็นนักปราชญ์  ผู้ที่บันทึกข้อความไว้เป็นนักปราชญ์หรือไม่  เป็นนักปราชญ์เพียงใด

            นักเรียนต้องเป็นผู้รับฟังที่ดีเริ่มจากฟังเพื่อนๆที่ออกมาเล่าถึงบท วิเคราะห์ที่ได้รับจากการอ่านหนังสือนอกเวลา โดยหนังสือนอกเวลาที่อ่านไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาไทย นักเรียนจะอ่านหนังสือนอกเวลาของภาษาใดก็ได้ แต่เมื่อวิเคราะห์สรุปแก่นของเรื่องต้องอธิบายให้เพื่อนๆเข้าใจเป็นภาษาไทย ได้อย่างถูกต้อง การได้เลือกหนังสืออ่านเองนั้นนักเรียนจะมีความสุขในการอ่านและอยากถ่ายทอด ให้คนอีกมีความสุขในหนังสือเล่มเดียวกันกับเขา ครูจะมีเรื่องมาเล่าให้ฟังจากนั้นสรุปข้อคิดหรือความรู้ที่ได้จากเรื่องที่ ครูเล่าให้ฟัง
             การพูดเป็นสิ่งสำคัญในสังคม การพูดให้ถูกต้องเหมาะสมพูดด้วยวาจาที่สุภาพเรียบร้อยถูกกาลเทศะถูกต้องตาม หลักการของภาษาเธอจะสอนเรื่องการพูดให้กับนักเรียนด้วยเช่นกันเริ่มจาก เรื่องราวที่ประทับก่อนจะหัดพูดในเรื่องที่เป็นทางการมากขึ้นดูน่าเบื่อแต่ มีความจำเป็นเป็นอย่างมากเพราะทุกวันนี้เราพูดกันทุกวันแต่ก็ยังฟังกันไม่ รู้เรื่องเพราะไม่เรียบเรียงความคิดก่อนพูดออกไป
            ส่วนเรื่องหลักภาษาไทยก็ยังคงไว้ในหลักสูตรภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕ จะยังมีเรื่องคำราชาศัพท์และ คำสมาสชน สนธิเชื่อมแทรกอยู่ด้วยเช่นกัน และเรื่องของการฝึกหลักการเขียน เช่นการบทความ เขียนรายงาน เขียนจดหมาย และเขียนเรื่องสั้นเป็นต้น โดยจะให้นักเรียนลงความเห็นเรื่องหัวข้อที่จะฝึกเขียนขึ้นเอง หรือหากเป็นการฝึกเขียนจดหมายก็จะเป็นการเขียนถึงเพื่อนที่รักหรืออวยพรผู้ใหญ่ที่นับถือเป็นต้น
            นอกจากนี้เธอยังมีลูกเล่นทางการสอนอีกมากมายที่จะคิดออกมาอยู่เสมอเพื่อการ เรียนภาษาไทยที่ไม่ใช่แค่การท่องจำและเขียนให้ถูกต้องเพียงอย่างเดียวภาษามี เรื่องสนุกให้เล่นกับมันได้มากมายอยู่ที่ว่าเราจะสนใจใช้มันหรือเปล่า การใช้ภาษาไทยไม่ใช้แค่เขียนถูกแล้วจะถือว่าเป็นคนเก่งภาษาแต่ต้องรู้จักใช้ ประโยชน์จากภาษาด้วย ใช้จินตนาการให้มากในการเรียนแล้วเราจะสนุกกับมัน
            คุรุคือผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์เธอจดจำหลักการข้อนี้ได้ดีแล้วขอถ่ายทอดวิชาความรู้ที่เธอมีแด่ลูกศิษย์ด้วยใจเหมือนกับคุณพ่อและคุณแม่ของเธอ

11. อื่นๆที่อยากเล่าแต่ไม่มีในหัวข้อ

            ตามปกติแล้วโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาจะมีครูที่จบในระดับมหาบัณฑิต(ปริญญาโท)น้อยกว่าครูที่จบในระดับปริญญาตรี ถ้า สกศ(สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ) มาตรวจยอดค่าเฉลี่ยของผู้สอนโรงเรียนนี้ ค่าเฉลี่ยมากมายจริงๆ

            อาจารย์เอกธิดา เรียนปริญญาโทมาเพื่อจะสอนในระดับมหาวิทยาลัยแต่ว่าคุณแม่กลับส่งให้เธอมา สอนในระดับมัธยมศึกษา เธองงและสงสัยแต่ก็ไม่ได้คัดคานแต่อย่างได เพราะสำหรับเธอแล้วก็ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ผู้ใหญ่แนะนำนั้นยอมเป็นสิ่งที่ ท่านคิดมาดีแล้วเพราะเป็นผู้มีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนและไม่มีทาง ที่ที่จะหยิบยืนสิ่งที่ไม่ดีมาให้ลูกหลานเป็นแน่ การได้ทดลองทำดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อลงมือทำไปแล้วยอมดีกว่าไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรลงไปเลย อย่างน้อยถ้าไม่ดีก็เพียงแค่ถอยกลับมา

อาจารย์เอกธิดา มีความต้องการกลับไปสอนที่มหาวิทยาลัยมากว่าการสอนในระดับมัธยมศึกษา แต่คุณแม่ของเธอคาดการณ์เอาไว้ว่าเธอจะต้องเปลี่ยนใจและไม่คิดอยากกลับไปสอน ในระดับอุดมศึกษาอีกในเร็ววันนี้แน่ถ้าเธอได้ลองสอนระดับมัธยมศึกษาใน โรงเรียนลูกบาศก์ โรงเรียนและนักเรียนที่นี้จะทำให้เธอรักจนถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอน

 

ประวัติถ้ายาวไปขออภัยทุกท่านด้วยเนื่องจากถ้าได้ทำไปใช้จริงก็ควรจะเขียนข้อมูลให้ง่ายต่อการนำไปพัฒนางานเขียนต่อโดยง่ายที่สุด

ขอนอมรับทุกข้อติชม นำไปคิดวิเคราะห์และปรับปรุงต่อไป

ขอขอบคุณทุกความคิดเห็นล่วงหน้า

เอกธิดา

ชี้แจ้งเรื่องการการเว้นวรรค เนื่องจากจัดหน้าโดยใช้แบบเสมอหน้าเสมอหลัง จึงมีการการเว้นวรรคแปลกๆจึงข้อ
เวลาในการจัดหน้าอีกซักระยะค่ะ

กดที่ข้อความด้านล่างเพื่อไปเอกสารประกอบส่วนอื่นๆ

ใบสมัครครูภาษาไทย ม.๕ ส่วน B1 ทดลองสอน

ใบสมัครครูภาษาไทย ม.๕ ส่วน B2 เยี่ยมชมห้องพักครู 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่มองคลาดเคลื่อนไป
พอดีมีคอมเม้นต์ใหม่แทรกอีกอันเลยคิดว่าไม่มีแล้ว

ยังไงก็เขียนต่อไปได้เลยนะครับ

อ้อ เพื่อให้งานที่ออกมามีปัญหาน้อยที่สุด ขอให้อ่านข้อแนะนำจากเอนทรี่ต่อไปนี้

http://vlinder.exteen.com/20090121/comments

ซึ่งผมเห็นว่าเป็นข้อแนะนำที่ดี และปัจจุบันเป็นมาตรฐานในการรับเข้าด้วย

อีกประการนึง คือการเขียนเรื่องราวที่เรามั่นใจในความสมจริงของข้อมูลที่สุด จะัไม่มีอะไรน่ากลัวเลยครับbig smile

#1 By ร.ร.ล.บ. on 2009-01-23 22:39

อนึ่ง มีเวลาถึงวันที่ 29 ดังนั้นไม่ต้องรีบนะครับ
พยายามศึกษาข้อมูลให้ดีที่สุด แสดงให้เห็นว่าเราได้ศึกษามาแล้ว ถ้ามีอะไรผิดพลาดเดี๋ยวเค้าก็แนะนมาเอง และเมื่อตอนนั้นก็ขอให้เปิดใจที่จะแก้ไข น่าจะไม่มีปัญหาอะไรครับ

#2 By ร.ร.ล.บ. on 2009-01-23 22:40

อา ขอชมในการหาข้อมูลเลยค่ะ แล้วก็เป็นตัวละครที่มีเอกลักษณ์เพิ่มขึ้นอีกตัวแล้ว

ครูวิชาภาษาไทยที่เป็นนักนิเทศศาสตร์นี่ เด็กๆคงได้มุมมองอีกแบบหนึ่งจากครูภาษาไทยเีพียวๆ เป็นแนวทางที่น่าสนใจมากๆค่ะ

ไว้จะรอดูคาบการสอนและเยี่ยมชมห้องพักครูนะคะconfused smile

#3 By Boom on 2009-01-29 07:24

แวบแรกก็เห็นความน่าสนใจแล้ว
และถึงยาวไปแต่ก็เห็นในความตั้งใจครับ
เดี๋ยวไว้จะกลับมาอ่านต่อ ขอเม้นต์เบื้องต้นก่อน

อ้อ ตอนแรกผมก็ว่าจะให้ช่วยแบ่งข้อมูลเป็นบรรทัดๆ
แต่เท่าที่ดูมันก็คือการขยายความตามย่อหน้าต่างๆดีอยู่แล้ว
ดังนั้นผมจึงไม่อยากไปทำลายย่อหน้าที่ลงตัวเหล่านั้น
แต่รบกวนอยากให้คุณช่วยขีดเส้นใต้ข้อมูลที่สำคัญของแต่ละย่อหน้าแทนครับ

ปล. ชอบทรงผมมาก สวยสง่าจริงๆ
จะพยายามวาดให้เข้าถึงตัวละครให้ได้ครับ

#4 By โคค่อน on 2009-01-29 09:58

โอ๊ะ ขอแก้คอมเม้นต์
พึ่งสังเกตว่าที่เป็นย่อหน้านี่มันขยายคำที่ขีดเส้นใต้ที่เป็นหัวข้ออยู่แล้ว
โอเคแล้วนะ
big smile

#5 By โคค่อน on 2009-01-29 09:59

อ่านจบล่ะ เนื้อหาละเอียดมากครับ
อาจจะไม่ได้จำได้หมดหรือใช้หมดในตอนนี้
แต่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวอย่างมาก
เพราะเท่าที่ดูแล้ว ก็แม่นในข้อมูลที่เขียนมาจริงๆ

รอดูเรื่องราวส่วนที่เหลือครับ

#6 By โคค่อน on 2009-01-29 10:57

ข้อมูลแน่นจริงๆ รอดูคาบทดลองสอนของครูเอกธิดานะครับconfused smile

อนึ่ง ขอฝากตัวเจ้าธีด้วยนะครับ big smile
ข้อมูลละเอียดมากเลยค่ะ surprised smile หนูไอรอติดตามการสอนของคุณครูนะคะ
ขอฝากตัวด้วยค่ะ big smile

#8 By [ i ]Rin on 2009-01-29 16:12

ลึกซึ้งมากครับ
แบบนี้เอาไปเขียนได้ชัดเจนไม่มีสับสนแน่นอน
แค่ประวัติได้ขนาดนี้ก็ยอดแล้วครับ

ดูท่าจะคุ้นเคยกับวงการการศึกษาเป็นอย่างดีด้วย

การเว้นวรรคบาง และสะกดคำบางที่ยังแปลกอยู่บ้างนะครับ
อาทิ
- แก้วน้ำเย็นนั้นเมื่อวางทิ้งไว้ซักระยะหนึ่งจะมียอดน้ำเกาะรอบตัวแก้ว
- ผิดลำดับจาก 1,2,3 เป็น 3,1,2
- 2ใบและไม่เกิน 10กิโลกรัม
- คุรุคือผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์เธอจดจำหลักการข้อนี้ได้ดีแล้วข้อถ่าย ทอดวิชาความรู้

ยังไงก็ตาม ต้องชื่นชมจริง ๆ ครับกับการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี
ขึ้นหิ้งเป็น CV ชั้นดีได้อีกคนครับ

#9 By Kyril on 2009-01-29 17:23

ละเอียดยิบจริงๆ...

ต้องขออภัยก่อนที่ยังมีสมาธิแค่อ่านผ่านๆตา แต่เท่าที่เห็นรายละเอียดต่างๆที่บรรจงใส่เข้ามา ก็นับได้ว่าคุณมีความพยายามในการหาข้อมูลมากเลยครับ big smile

เรื่องที่เคยมีประสบการณ์การทำงานที่สถานีวิทยุโทรทัศน์นั้น ผมว่าน่าจะละไว้ว่าเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งหนึ่งอาจจะดีกว่าครับ เพื่อเป็นการป้องกันไว้ในชั้นต้น ก่อนการมีปัญหาอื่นตามมา

(อาจไม่รุนแรงถึงขั้นนั้น แต่เพื่อเป็นการไม่ประมาทครับ)

ที่เหลือก็ขอรออ่านการสอนและการเยี่ยมชมห้องพักครูในลำดับถัดไปนะครับ surprised smile

#10 By aki on 2009-01-29 17:54

เท่าที่อ่านผ่านๆตาข้อมูลละเอียดมากเลยค่ะ เดี๋ยวกลับมาอ่านแบบละเอียดอีกครั้ง

ครูเอกดูมีสเน่ห์ตามที่บรรยายจริงๆ เป็นสาวที่แต่งตัวดีมีรสนิยม+ได้ดูภาพที่โคค่อนวาดไว้แล้ว big smile

โรงเรียนและนักเรียนที่นี้จะทำให้เธอรักจนถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอน ---อาจจะทำให้ปวดหัวมากขึ้นแทนก็ได้นะคะ555 เด็กและคุณครูโรงเรียนนี้แต่ละคนมีลักษณะเฉพาะที่เป็นตัวของตัวเองมากเลยbig smile

ฝากเนื้อฝากตัวน้องแมนด้วยนะคะ รายนั้นชอบวิชาภาษาไทยมากค่ะconfused smile

#11 By สะเงาะสะแงะ on 2009-01-30 12:15

ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ
จะนำไปพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆขึ้นไปค่ะ
รักทุกคนนะbig smile

ผู้ปกครองเอกธิดา

#12 By elites on 2009-02-01 17:19

ละเอียดยิบจริงๆครับ

ปราชญ์ - ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณครูเอกธิดาsurprised smile

#13 By Negizen(ปราชญ์~!) on 2009-02-01 21:59

เสมอหน้าเสมอหลังน่ะไม่เป็นไรหรอกครับ
สวยงามดีด้วย
แต่ระหว่างตัวเลขกับตัวอักษร
หรือระหว่าง ข้อความในวงเล็บกับตัวอักษร
จำเป็นต้องเคาะเว้นวรรคน่ะครับ

#14 By Kyril on 2009-02-02 17:50

อยากทราบชื่อของต้นแบบครูเอกค่ะว่าเธอเป็นใคร พอดีไม่แน่ใจชื่อตัวละครค่ะ

#15 By - な み だ の 風 - on 2009-03-16 01:15