ใบสมัครคุณครูวิชาภาษาไทย ม.๕ โรงเรียนลูกบาศก์
posted on 22 Jan 2009 23:49 by elites in CS02-HW-Homework
Entry ใบสมัคร นี้เป็นส่วนหนึ่งของ โรงเรียนลูกบาศก์
(A) รายละเอียดของตัวละครที่ต้องการ
** ขอให้เขียนรายละเอียดโดยใช้เลขหัวข้อตามนี้อย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นไม่นับครับ **
1. ชื่อตัวละคร: เอกธิดา แจ่มกรุณา
2. อายุ (นับในวันที่ 1 พฤษภาคม 2552): 29 ปี / เพศ: หญิง
3. วันเกิด: 10 พฤษภาคม 2522 (May 10, 1979)
4. ความสูง: 169cm. น้ำหนัก : 49kg.
5. รูปพรรณสัณฐาน (ได้ทั้งการบรรยาย ภาพวาด และอาจจะเป็นภาพถ่ายอ้างอิง)
ภาพแรกที่พบเธอ คือ สวยสง่า
หน้าตาสวยแบบกลางๆไม่มากหรือน้อยเกินไปตามรูปตัวอย่างประกอบการสมัคร
มีใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงเล็กน้อย รูปร่างสมส่วนไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป
การแต่งกายด้วยชุดทำงานตามสมัยนิยมแบบภูมิฐานสง่าผ่าเผย
6. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของตัวละคร (รวมสิ่งที่ชอบและไม่ชอบตรงนี้เลย)
สวยสง่า
มีเสน่ห์
ยิ้มสวย
มองโลกในทางบวก
เอาใจใส่
เจ้าระเบียบ
อีกหนึ่งอาการเจ้าระเบียบของเธอที่เห็นได้ชัดคือ เรื่องของแก้วน้ำเย็น แก้วน้ำเย็นนั้นเมื่อวางทิ้งเอาไว้จะมียอดน้ำเกาะรอบตัวแก้วไหลมารวมกันเลอะที่ฐานแก้วดูแล้วไม่น่ามอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเธอจะนำกระดาษหรือผ้าออกมารองแก้วเพื่อซับหยดน้ำ หากมีจานรองก็จะใช้จานรองแก้ว
การจัดระเบียบก็เป็นอีกสิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับเธอ ถ้าเธอเห็นสิ่งของใดก็ตามที่วางไม่เป็นระเบียบก็จะเกิดอาการคันไม้คันมือจะเข้าไปจัดการให้เป็นระเบียบ ยกตัวอย่างเช่นชั้นหนังสือที่เรียงเลขเล่มสลับไปมาผิดหมวดหรือลำดับเช่น หนังสือหมวด ก แต่ทุกจับใส่แบบมั่วๆในหมวด ว เธอก็จะหยิบออกมาจัดใหม่ให้ถูกต้องตามแบบที่ควรจะเป็น
ลักษณะนิสัยเจ้าระเบียบนิดๆของเธอทั้งหมดทำไปโดยไม่รู้ตัว เป็นไปโดยสัญชาตญาณ
ยึดกฎเกณฑ์
ทำงานเป็นระบบ
ข้อเสีย (สำคัญและควรมีเพื่อใช้ในการปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือนำมาเขียนเป็นข้อขัดแย้งในเนื้อเรื่อง)
|
สิ่งที่ชอบ |
|
|
สี |
โดยปกติชอบทุกสีตามช่วงอารมณ์ |
|
อาหาร |
|
|
รสชาติ |
ทานอาหารปกติทั่วไปได้ทุกชนิดไม่เกี่ยงเรื่องรสชาติอาหาร ทานได้ทุกรสชาติโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ร้านอาหารร้านไหนที่เอกธิดาต้องปรุงเพิ่ม ร้านนั้นต้องพิจารณาปรับปรุงรสชาติโดยด่วนก่อนจะไม่มีคนเข้าร้าน เธอจะเป็นที่ชื่นชอบของคุณแม่ครัวมากเพราะเธอทานโดยไม่ปรุงเพิ่ม |
|
ของคาว |
ต้มจับฉ่าย |
|
ของหวาน |
ไอศกรีมรสรัมเรซิน |
|
ผลไม้ |
สับปะรด หวานฉ่ำ |
|
ดอกไม้ |
ดอกชบาสีเหลือง |
|
ดนตรี |
ลักษณะของประเภทดนตรีที่ชอบ เอกธิดาสามารถฟังเพลงได้หลากหลายแนวดนตรี เช่น ดนตรีคลาสสิกดนตรีไทยเดิม เพลงลูกทุ่ง เพลงสากล เพลงไทยสากล หรือเพลงภาษาต่างประเทศอื่นได้ทุกประเทศเพราะแม้ไม่เข้าใจในภาษาแต่ถ้าทำนองต้องหูกันก็พอฟังกันได้เพราะดนตรีเป็นภาษาสากล |
|
บรรยากาศ,อากาศ |
ลมพัดเย็นสบาย,เย็นสบาย ไม่ร้อนมากหรือหนาวจัด |
|
สถานที่ท่องเที่ยว |
ทะเล เพราะลมทะเลเป็นสิ่งที่เธอชอบ |
|
ลักษณะนิสัย |
๑. เป็นคนสัมมาคารวะเคารพนบนอบ เช่น พูดกับผู้ใหญ่ก็มีหางเสียงมีน้ำเสียงสุภาพไม่หยาบคาย |
|
กิจกรรมอดิเรก |
เล่นขิมและพับกระดาษ |
|
สัตว์ |
ไม่ได้ชอบสัตว์ชนิดใดเป็นพิเศษ |
|
กีฬา |
ว่ายน้ำ,โยคะ |
|
ไม่กลัว |
ผี (ถ้าไฟดับเธอจะเป็นคนแรกที่ออกไปหาเทียนหรือไฟฉายในความมืดโดยไม่กลัวอะไรเป็นที่พึ่งของเพื่อนๆเสมอสมัยเรียนโรงเรียนประจำ) |
|
สิ่งที่ไม่ชอบ |
|
|
สี |
ไม่มี |
|
อาหาร |
ปลานึ่งปลาต้ม อาหารป่า เช่น กบ เขียด หนู คางคง ปลาไหล และอื่นๆ |
|
ดนตรี |
ไม่มี |
|
บรรยากาศ,อากาศ |
เหนียวเนื้อตัวเหนอะหนะ,หนาวเย็น |
|
สถานที่ท่องเที่ยว |
ป่าเขา |
|
ลักษณะนิสัย |
๑.นินทาว่าร้ายและดูถูกคนอื่นไม่ว่าเรื่องนั้นจะจริงหรือไม่ก็ตามเมื่อได้ยินจะรู้สึกแย่ |
|
กิจกรรมอดิเรก |
ตกปลา (เพราะเอกธิดาคิดว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์เพื่อความบันเทิง) |
|
สัตว์ |
หนูและสัตว์อันตรายต่างๆ เช่นเสือ งู หมี เป็นต้น |
|
กีฬา |
ไม่มี |
|
กลัว |
ขึ้นคานและการแต่งงาน |
7. ความสามารถพิเศษ (ที่ไม่เหนือกฎธรรมชาติ อันนี้ขอคนธรรมดาครับ)
|
ทักษะ |
ด้านภาษาศาสตร์ |
ระดับทักษะ |
|
ไทย |
ดีมาก |
|
|
อังกฤษ |
ดี |
|
|
ภาษาต่างประเทศอื่นๆ |
ไม่มี |
|
|
ทักษะ |
ด้านดุริยางคศาสตร์ไทยและสากล |
ระดับทักษะ |
|
ขิม |
ดีมาก |
|
|
เปียโน |
ดี |
|
|
ทักษะ |
ด้านศิลปกรรมศาสตร์ |
ระดับทักษะ |
|
พับกระดาษ |
ดี |
|
|
ปรุงอาหาร |
ดี |
8. ประวัติชีวิตของตัวละครโดยสังเขป (เช่นเรียนที่ไหนมา เรียนด้านอะไร ที่บ้านเป็นยังไง)
|
ระดับการศึกษา |
|
|
มัธยมศึกษาตอนต้น |
โรงเรียนสตรีศึกษาประจำจังหวัด |
|
มัธยมศึกษาตอนปลาย |
โรงเรียนสหศึกษาประจำจังหวัด |
|
ปริญญาตรี |
ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยในประเทศไทย |
|
ปริญญาโท |
สาขา วิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยในประเทศไทย(แต่ในหลักสูตรปัจจุบันได้แยกสองสาขา ออกจากกันแล้วเนื่องจากมีจำนวนผู้ศึกษาพอเพียงต่อการเปิดแยกกันและอีกหลาย ปัจจัย แต่ในปีที่อาจารย์เอกธิดาจบมานั้นยังไม่มีการแยก สาขาสาขาวิชาวาทวิทยาและและสื่อสารการแสดงออกจากกัน เนื่องจากยังมีผู้ศึกษาจำนวนน้อยอยู่ ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเป็นปัจจุบันแล้ว |
|
ประวัติการทำงาน |
|
|
๒๕๔๔-๒๕๔๗ |
สมัคร เข้าทำงานในตำแหน่งผู้ประกาศข่าวของสถานีวิทยุ โทรทัศน์แห่งหนึ่ง แต่ในสองปีแรกของการทำงานได้รับตำแหน่งนักข่าวฝึกหัด มีหน้าที่ในการออกหาข่าวและออกสนามข่าวเพื่อนำข่าวมาเขียนส่งหัวหน้าข่าว จากนั้นถึงได้เป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา(สอบใบผู้ประกาศผ่านแล้ว)ทำงานอยู่สองปี จึงลาออกเพราะคิดว่าตนเองเหมาะกับอาชีพอาจารย์มากกว่า แล้วศึกษาต่อเพื่อเป็นอาจารย์เนื่องจากตำแหน่งอาจารย์นั้นรับเฉพาะวุฒิการ ศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไปเท่านั้น |
|
๒๕๔๘-๒๕๔๙ |
ศึกษาต่อระดับปริญญาโท |
|
๒๕๕๐-๒๕๕๑ |
สมัครเข้ารับตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สอนในคณะนิเทศศาสตร์ภาควิชาวารสารสนเทศและขอออกมาตอนประมาณช่วงปลายปี ๒๕๕๑ เพื่อสมัครเข้าสอนในโรงเรียนลูกบาศก์ตามคำแนะนำของคุณแม่ |
คุณพ่อชื่อ คุณครู เตือนใจ แจ่มกรุณา
คุณพ่อท่านประกอบอาชีพรับราชการครู (ท่านใกล้จะเกษียณอายุราชการอีกไม่กี่ปีนี้แล้ว) คุณพ่อเป็นคนนิ่งและเงียบไม่ค่อยพูด มักจะเห็นท่านอ่านหนังสือมากกว่าเจอท่านทีไรก็เห็นท่านอ่านหนังสืออยู่เสมอ แต่ถ้าหากลองได้เข้าไปชวนคุยในเรื่องที่ท่านถูกใจและก็จะกลายเป็นคนโปรดเอา ได้ง่ายๆ ปัจจุบันท่านสอนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในชั้นปี ที่ ๑ เป็นคุณลุงที่รักของเด็กๆท่านเป็นคนเลือกชั้นปีในช่วงนี้สอนเอง ท่านเคยสอนในระดับอุดมศึกษามาแล้วแต่ท่านไม่ชอบซึ่งไม่ทราบเพราะสาเหตุใด จึงออกมาสอนในระดับมัธยมศึกษาซึ่งเป็นที่ถูกใจท่านมากแม้ท่านจะนิ่งเงียบใน เวลาปกติแต่เมื่อสอนท่านจะมีตัวอย่างยกมาประกอบมากมายเป็นวิทยาศาสตร์เบื้อง ต้นที่สนุกสนานจริงๆ
คุณแม่ ท่านประกอบอาชีพอาจารย์ ณ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง คุณแม่ได้ทำวิจัยและเขียนตำราเอาไว้หลายเล่ม จึงรับตำแหน่งรองศาสตราจารย์(รศ.)และท่านจบระดับดุษฎีบัณฑิต(หลักสูตรปริญญาเอก)ในสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ จึงได้คำนำหน้าชื่อว่า รศ.ดร. น้ำทิพย์ แจ่มกรุณา ในวงการศึกษาแต่ในบ้านคุณแม่น้ำทิพย์ของลูกและสามี เสมอไม่มีตำแหน่งใดนอกจากคำว่าแม่และภรรยา
คุณแม่ท่านเป็นที่รักของลูกศิษย์ลูกหามากมาย คุณแม่เป็นคนมีจิตใจเมตตากรุณา ยิ้มง่ายและเรียกแทนตัวว่าเรากับทุกคนเป็นคนที่น่ารักเข้าหาได้ง่าย ลูกศิษย์กล้าที่จะเข้าใกล้และสอบถามของสงสัย ซึ่งเป็นแบบอย่างให้ตัวเอกเองได้ปฏิบัติตาม
มีพี่สาว1คน พี่ชาย1คน
9. วิชาที่จะสอน
ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ (วิชาหลัก /ทุกสาขา)
10. แนวทางในการทำงานของคุณ (เช่นวิธีในการสอนของคุณ)
ถึงเอกธิดาจะเป็นคนเจ้าระเบียบแต่ว่าความเป็นระเบียบเรียบร้อยนี้เธอจะไม่นำ มาใช้กับการสอนเลยเพราะนิสัยเจ้าระเบียบของเธอทั้งหมดเป็นการจัดระเบียบตน เองทั้งสิ้นไม่ได้เป็นจัดระเบียบคนอื่น ดั้งนั้นแนวทางในการสอนของเธอคือยึดนักเรียนเป็นสำคัญ ให้นักเรียนได้ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ เพราะว่าภาษาคือจินตนาการ การฝึกใช้ภาษาเท่ากับเป็นการฝึกใช้จินตนาการ วิชาภาษาไทยของเธอจะเน้นในเรื่อง การฟัง การคิด การถาม และการเขียน โดยยึดหลัก หัวใจนักปราชญ์ "สุ. จิ. ปุ. ลิ."
สุ.ได้แก่ สุตะ คือ การฟัง นักปราชญ์ต้องฟังมากและอ่านมาก
จิ.ได้แก่ จิตะ คือ การคิด เมื่อเราฟังหรืออ่านเรื่องราวใดๆต้องคิดตาม ไม่ปล่อยจิตไปอย่างว่างเปล่าไร้ความหมาย ถ้าพบข้อความหรือคำพูดที่ไม่เข้าใจหรือสงสัย ก็ผูกจิตไว้ตรึกตรอง
ปุ. ได้แก่ ปุจฉา คือ การถาม ก็ผูกจิตไว้ตรึกตรองและค้นคว้าหาความเข้าใจ ถามข้อคิดอันสงสัยกับครูอาจารย์ดีชี้ปัญญา หรือถามจากหนังสือดี จนรู้แจ้งเห็นจริง
ลิ. ได้แก่ ลิขิต คือ การเขียน เป็น การแสดงผลการฟัง การอ่าน การใช้ความคิด การถาม คือการสอบสวนของผู้ที่จะเป็นนักปราชญ์ ผู้ที่บันทึกข้อความไว้เป็นนักปราชญ์หรือไม่ เป็นนักปราชญ์เพียงใด
นักเรียนต้องเป็นผู้รับฟังที่ดีเริ่มจากฟังเพื่อนๆที่ออกมาเล่าถึงบท วิเคราะห์ที่ได้รับจากการอ่านหนังสือนอกเวลา โดยหนังสือนอกเวลาที่อ่านไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาไทย นักเรียนจะอ่านหนังสือนอกเวลาของภาษาใดก็ได้ แต่เมื่อวิเคราะห์สรุปแก่นของเรื่องต้องอธิบายให้เพื่อนๆเข้าใจเป็นภาษาไทย ได้อย่างถูกต้อง การได้เลือกหนังสืออ่านเองนั้นนักเรียนจะมีความสุขในการอ่านและอยากถ่ายทอด ให้คนอีกมีความสุขในหนังสือเล่มเดียวกันกับเขา ครูจะมีเรื่องมาเล่าให้ฟังจากนั้นสรุปข้อคิดหรือความรู้ที่ได้จากเรื่องที่ ครูเล่าให้ฟัง
การพูดเป็นสิ่งสำคัญในสังคม การพูดให้ถูกต้องเหมาะสมพูดด้วยวาจาที่สุภาพเรียบร้อยถูกกาลเทศะถูกต้องตาม หลักการของภาษาเธอจะสอนเรื่องการพูดให้กับนักเรียนด้วยเช่นกันเริ่มจาก เรื่องราวที่ประทับก่อนจะหัดพูดในเรื่องที่เป็นทางการมากขึ้นดูน่าเบื่อแต่ มีความจำเป็นเป็นอย่างมากเพราะทุกวันนี้เราพูดกันทุกวันแต่ก็ยังฟังกันไม่ รู้เรื่องเพราะไม่เรียบเรียงความคิดก่อนพูดออกไป
ส่วนเรื่องหลักภาษาไทยก็ยังคงไว้ในหลักสูตรภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕ จะยังมีเรื่องคำราชาศัพท์และ คำสมาสชน สนธิเชื่อมแทรกอยู่ด้วยเช่นกัน และเรื่องของการฝึกหลักการเขียน เช่นการบทความ เขียนรายงาน เขียนจดหมาย และเขียนเรื่องสั้นเป็นต้น โดยจะให้นักเรียนลงความเห็นเรื่องหัวข้อที่จะฝึกเขียนขึ้นเอง หรือหากเป็นการฝึกเขียนจดหมายก็จะเป็นการเขียนถึงเพื่อนที่รักหรืออวยพรผู้ใหญ่ที่นับถือเป็นต้น
นอกจากนี้เธอยังมีลูกเล่นทางการสอนอีกมากมายที่จะคิดออกมาอยู่เสมอเพื่อการ เรียนภาษาไทยที่ไม่ใช่แค่การท่องจำและเขียนให้ถูกต้องเพียงอย่างเดียวภาษามี เรื่องสนุกให้เล่นกับมันได้มากมายอยู่ที่ว่าเราจะสนใจใช้มันหรือเปล่า การใช้ภาษาไทยไม่ใช้แค่เขียนถูกแล้วจะถือว่าเป็นคนเก่งภาษาแต่ต้องรู้จักใช้ ประโยชน์จากภาษาด้วย ใช้จินตนาการให้มากในการเรียนแล้วเราจะสนุกกับมัน
คุรุคือผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์เธอจดจำหลักการข้อนี้ได้ดีแล้วขอถ่ายทอดวิชาความรู้ที่เธอมีแด่ลูกศิษย์ด้วยใจเหมือนกับคุณพ่อและคุณแม่ของเธอ
11. อื่นๆที่อยากเล่าแต่ไม่มีในหัวข้อ
ตามปกติแล้วโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาจะมีครูที่จบในระดับมหาบัณฑิต(ปริญญาโท)น้อยกว่าครูที่จบในระดับปริญญาตรี ถ้า สกศ(สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ) มาตรวจยอดค่าเฉลี่ยของผู้สอนโรงเรียนนี้ ค่าเฉลี่ยมากมายจริงๆ
อาจารย์เอกธิดา เรียนปริญญาโทมาเพื่อจะสอนในระดับมหาวิทยาลัยแต่ว่าคุณแม่กลับส่งให้เธอมา สอนในระดับมัธยมศึกษา เธองงและสงสัยแต่ก็ไม่ได้คัดคานแต่อย่างได เพราะสำหรับเธอแล้วก็ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ผู้ใหญ่แนะนำนั้นยอมเป็นสิ่งที่ ท่านคิดมาดีแล้วเพราะเป็นผู้มีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนและไม่มีทาง ที่ที่จะหยิบยืนสิ่งที่ไม่ดีมาให้ลูกหลานเป็นแน่ การได้ทดลองทำดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อลงมือทำไปแล้วยอมดีกว่าไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรลงไปเลย อย่างน้อยถ้าไม่ดีก็เพียงแค่ถอยกลับมา
อาจารย์เอกธิดา มีความต้องการกลับไปสอนที่มหาวิทยาลัยมากว่าการสอนในระดับมัธยมศึกษา แต่คุณแม่ของเธอคาดการณ์เอาไว้ว่าเธอจะต้องเปลี่ยนใจและไม่คิดอยากกลับไปสอน ในระดับอุดมศึกษาอีกในเร็ววันนี้แน่ถ้าเธอได้ลองสอนระดับมัธยมศึกษาใน โรงเรียนลูกบาศก์ โรงเรียนและนักเรียนที่นี้จะทำให้เธอรักจนถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอน
ประวัติถ้ายาวไปขออภัยทุกท่านด้วยเนื่องจากถ้าได้ทำไปใช้จริงก็ควรจะเขียนข้อมูลให้ง่ายต่อการนำไปพัฒนางานเขียนต่อโดยง่ายที่สุด
ขอนอมรับทุกข้อติชม นำไปคิดวิเคราะห์และปรับปรุงต่อไป
ขอขอบคุณทุกความคิดเห็นล่วงหน้า
เอกธิดา
ชี้แจ้งเรื่องการการเว้นวรรค เนื่องจากจัดหน้าโดยใช้แบบเสมอหน้าเสมอหลัง จึงมีการการเว้นวรรคแปลกๆจึงข้อ
เวลาในการจัดหน้าอีกซักระยะค่ะ
กดที่ข้อความด้านล่างเพื่อไปเอกสารประกอบส่วนอื่นๆ







หนูไอรอติดตามการสอนของคุณครูนะคะ
พอดีมีคอมเม้นต์ใหม่แทรกอีกอันเลยคิดว่าไม่มีแล้ว
ยังไงก็เขียนต่อไปได้เลยนะครับ
อ้อ เพื่อให้งานที่ออกมามีปัญหาน้อยที่สุด ขอให้อ่านข้อแนะนำจากเอนทรี่ต่อไปนี้
http://vlinder.exteen.com/20090121/comments
ซึ่งผมเห็นว่าเป็นข้อแนะนำที่ดี และปัจจุบันเป็นมาตรฐานในการรับเข้าด้วย
อีกประการนึง คือการเขียนเรื่องราวที่เรามั่นใจในความสมจริงของข้อมูลที่สุด จะัไม่มีอะไรน่ากลัวเลยครับ
#1 By ร.ร.ล.บ. on 2009-01-23 22:39